การแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “อาเซียน ฮุนไดคัพ 2026” รอบรองชนะเลิศ นัด 2 “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย พบ “สิงคโปร์” ที่ราชมังคลากีฬาสถาน วันที่ 18 ส.ค.69
เกมแรก ไทย บุกชนะ 3-1 ที่จาลันเบซาร์ สเตเดียม ช้างศึก นำก่อน 3-0 ธีรศักดิ์ เผยพิมาย 2 ลูก กับ เสกสรรค์ ราตรี 1 ลูก ส่วน สิงคโปร์ ตีไข่แตกจาก อิลฮาน ฟานดี ยังพอมีหวัง

แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย จัดผู้เล่น 11 คนแรก เปลี่ยนจากเกมเยือน สิงคโปร์ 6 ตำแหน่ง รายชื่อดังนี้ ผู้รักษาประตู กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล, เซ็นเตอร์ พรรษา เหมวิบูลย์, มานูเอล ทอม เบียรห์, แบ๊กขวา นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม, แบ๊กซ้าย วันชัย จารุนงคราญ, กองกลาง สารัช อยู่เย็น, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, ตัวรุก เสกสรรค์ ราตรี, พิชา อุทรา, กองหน้า พาตริก กุสตาฟส์สัน, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย
โดยจากเกมบุกชนะ สิงคโปร์ นั้น มี 5 คน ที่เป็นตัวจริงต่อเนื่อง คือ กัมพล, มานูเอล, สารัช, เสกสรรค์ และ ธีรศักดิ์

เกมนี้ สิงคโปร์ ที่ต้องการอย่างน้อย 2 ลูก ทำเกมได้ดีกว่า ส่วน ไทย รอสวนกลับ ขณะเดียวกัน สภาพสนามที่เจิ่งนองด้วยน้ำขัง หลังจากฝนตก ก็มีผล
ถึงนาทีที่ 45 สิงคโปร์ ขึ้นนำไทย 1-0 จากบอลยาว กัมพล ปฐมอรรฆย์กุล ออกมาตัดบอล แต่ไปเข้าทาง แฮรีส สจวร์ต ยิงสวน ตักบอลเข้าไป จบครึ่งแรก สิงคโปร์ นำไทย 1-0 และสกอร์รวม ไล่หลัง 2-3
ครึ่งหลัง ฮัดสัน ส่ง ชัยพล อดทน กับ คคนะ คำยก แทน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กับ พาตริก กุสตาฟส์สัน

ไทย มาตีเสมอ เมื่อเล่นสวนกลับ วันชัย จารุนงคราญ หลุดเด่ี่ยว ล็อกหลบ ไรฮาน สจวร์ต โดนรวบล้มลงเป็นจุดโทษ คคนะ คำยก ยิงเข้าไปนาทีที่ 62 ตีเสมอ 1-1 สกอร์รวม ไทย หนี 4-2
จากนั้่นไทยเปลี่ยน ยศกร บูรพา ลงแทน เสกสรรค์ ราตรี
แต่นาที 65 สิงคโปร์ นำอีก บอลเตะมุม ไทยเคลียร์ไม่ขาด ไรฮาน สจวร์ต ตวัดแฉลบ พรรษา เหมวิบูลย์ เข้าไป สิงคโปร์ หนี 2-1 สกอร์รวม ไล่ 3-4
จากนั้นสิงคโปร์ พยายามกดดัน แต่ไทยมีสวนน่ากลัว น่าได้ ธีรศักดิ์ หลุดไป 2 ครั้ง ยิงชนเสา 1 ครั้ง โดนปัด 1 ครั้ง
ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ไทยเปลี่ยน ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร แทน พิชา อุทรา
จากนั้นเกมเครียด แต่ไม่มีสกอร์ จบเกม สิงคโปร์ บุกชนะไทย 2-1 สกอร์รวม ไทย ชนะ 4-3 เข้าชิงชนะเลิศ

ครั้งล่าสุดที่ สิงคโปร์ ชนะ ไทย อาเซียนคัพ 2012 เมื่อ เดือน ธ.ค. ชนะ 1-0 ในบ้านสิงคโปร์ หรือ 14 ปีที่แล้ว
ครั้งล่าสุด ที่ สิงคโปร์ บุกชนะไทย คัดเอเชียนคัพ 2011 เมื่อ 18 พ.ย.2009 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน บุกมาชนะ 1-0 หรือ 17 ปีที่แล้ว
สำหรับรอบชิงชนะเลิศ นัดแรก วันที่ 22 ส.ค. เล่นที่ ราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนเตะนัด 2 วันที่ 26 ส.ค. ไปเยือน เวียดนาม หรือ มาเลเซีย.




