เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้จัดงานวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กรมอาชีวศึกษา) ครบรอบ 85 ปี โดยมีนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เป็นประธาน

นายประเสริฐ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 85 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างต่อเนื่อง อาชีวศึกษาสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศ สังคมโลก และความต้องการของตลาดแรงงานได้เป็นอย่างดี ทั้งการปรับปรุงหลักสูตรและการผลิตกำลังคนให้ตรงกับความต้องการของประเทศ จึงกล่าวได้ว่า “อาชีวะสร้างคน อาชีวะสร้างชาติ” ซึ่งภารกิจของอาชีวศึกษามีเพิ่มขึ้นทุกวัน อีกหนึ่งเรื่องที่ตนรู้สึกภาคภูมิใจ คือโครงการ “อาชีวะอาสา” ซึ่ง สอศ. ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องทุกปี โดยในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว ตนในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มักมีโอกาสเดินทางกลับภูมิลำเนาและได้พบเห็นจุดบริการของอาชีวศึกษา รวมถึงการให้บริการประชาชน ซึ่งสร้างความประทับใจจากการให้บริการด้วยความเป็นมิตรและความตั้งใจช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน นักเรียนและนักศึกษาอาชีวศึกษายังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างสม่ำเสมอ อาทิ การซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า และการให้บริการด้านช่างต่าง ๆ ซึ่งสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้เป็นอย่างดี

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ตนมองว่าภารกิจของการอาชีวศึกษาไม่มีที่สิ้นสุด เพราะอาชีวศึกษาถือเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและเป็นกำลังคนที่ตลาดแรงงานต้องการ หลายประเทศให้ความสำคัญกับการจัดการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ซึ่งอนาคตสอศ.จำเป็นจะต้องเพิ่มสัดส่วนผู้เรียนสายอาชีพให้มากขึ้น และอยู่ที่ 30 ต่อ 50 ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการเปิดโอกาสให้เด็กที่จบทั้งระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและมัธยมศึกษาตอนปลายมีทางเลือกในการศึกษาต่อที่หลากหลาย โดยต้องมีระบบแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักศักยภาพของตนเองและสามารถเลือกเส้นทางการเรียนที่สอดคล้องกับความสนใจและตลาดแรงงาน ส่วนประเด็นการปรับฐานเงินเดือนและผลตอบแทนของผู้จบอาชีวศึกษาควรได้รับการพิจารณาอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะผู้ที่มีทักษะและความสามารถสูงขึ้น เพราะเมื่อผู้เรียนพัฒนาทักษะจนตอบโจทย์ความต้องการของภาคอุตสาหกรรมได้มากขึ้น ผลตอบแทนที่ได้รับก็ควรมีความเป็นธรรมและสะท้อนคุณค่าของทักษะที่มี

ต่อข้อถามว่า สถานประกอบการจะสะท้อนว่าสิ่งที่ผู้เรียนสายอาชีวะขาดคือทักษะด้านภาษา นายประเสริฐ กล่าวว่า ตนยอมรับว่าทักษะด้านภาษาของเด็กอาชีวะมีส่วนสำคัญในโลกของตลาดแรงงานอนาคต ซึ่งทักษะที่ศธ.ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในขณะนี้ มี 2 เรื่องหลัก ได้แก่ ทักษะด้านภาษาและทักษะด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) เนื่องจากเป็นทักษะจำเป็นสำหรับการทำงานในโลกยุคใหม่ และไม่ควรจำกัดอยู่เฉพาะผู้เรียนสายอาชีวศึกษาเท่านั้น แต่ควรผลักดันให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนในทุกระดับและทุกสังกัดของศธ.