เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ส.ค.69 ณ ห้องประชุม 3 ชั้น 3 อาคารสํานักงาน ก.พ. (เดิม) ถนนพิษณุโลก แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ทํากินของชุมชนในที่สาธารณประโยชน์ ของเครือข่ายสลัม 4 ภาค ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ว่าที่ร.ต.ตระกูล โทธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย นางแม้นเขียน เชาว์ศิลป์ รักษาการที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ กรมที่ดิน พร้อมด้วยคณะกรรมการและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) ผู้ว่าราชการจังหวัดที่เกี่ยวข้อง และผู้แทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค ร่วมประชุม และผ่านระบบประชุมทางไกล (Video Conference System)

นายพลพีร์ กล่าวว่า ขออภัยต่อตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค ตลอดจนประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย ซึ่งเรื้อรังมานานหลายปี จนส่งผลให้ประชาชนต้องเสียเวลาและเสียค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาเรียกร้องสิทธิ ในฐานะตัวแทนหน่วยงานภาครัฐ ตนและผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องได้รับความความเดือดร้อน และให้การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย และที่ทํากินได้เกิดผลเป็นรูปธรรม
“สำหรับการประชุมในครั้งนี้ ที่ประชุมได้มีมติเห็นชอบปรับแก้กรอบเวลาการทำงานของคณะอนุกรรมการระดับจังหวัด โดยกำหนดให้จัดการประชุมทุก 30 วัน เพื่อตรวจสอบสถานะของที่ดิน ซึ่งจังหวัดต้องรายงานผลสรุปกลับมายังคณะกรรมการภาบใน 60 วัน หากมีประเด็นปัญหาใดที่ในระดับจังหวัดแก้ไขไม่ได้ กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินจะลงพื้นที่ไปดำเนินการช่วยเหลืออีก 30 วัน ซึ่งจะทำให้กระบวนการแก้ไขปัญหาทั้งหมดเบ็ดเสร็จภายในระยะเวลา 90 วัน” นายพลพีร์ กล่าว


รมช.มหาดไทย กล่าวว่า นอกจากนี้ มีมติเห็นชอบเพิ่มพื้นที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยอีก 56 ชุมชนใน 17 จังหวัด พร้อมทั้งตั้งคณะอนุกรรมการระดับจังหวัดเพิ่มเติมใน 6 จังหวัด และได้มอบหมายให้กรมที่ดินรวบรวมประเด็นขั้นตอนการขออนุญาตใช้ที่สาธารณประโยชน์และการขอทะเบียนบ้านชั่วคราวพร้อมระบบสาธารณูปโภค ส่งต่อให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (สคทช.) นำไปพิจารณาขยายผลในระดับประเทศ พร้อมกันนี้ยังมีการหารือเพื่อเร่งหาทางออกให้กับการแก้ปัญหากรณีพื้นที่บึงลำไผ่ กรุงเทพมหานคร ที่ติดขัดเรื่องขั้นตอนมานานถึง 2-3 ปีด้วย
นายพลพีร์ กล่าวเพิ่มเติมว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ให้ความสำคัญกับปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและต้องได้สั่งการให้แก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กระทรวงมหาดไทยจะดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายทันที เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้มีที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยต่อไป

จากนั้น เวลา 15.00 น.นายพลพีร์ เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินสาธารณประโยชนณ์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย ครั้งที่ 1/2569 เพื่อหารือร่วมกับ ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (People’s Movement for a Just Society) หรือ “P-Move” และคณะอนุกรรมการฯ ร่วมหารือ

ซึ่งที่ประชุมยังได้ติดตามความคืบหน้าและพิจารณากรณีปัญหาในพื้นที่เฉพาะเจาะจง ตัวอย่างเช่น กรณีชุมชนทับยาง จ.พังงา ที่ศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้กรมที่ดินดำเนินการเพิกถอนที่ดินภายใน 60 วัน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ซึ่งประธานที่ประชุมได้มอบหมายให้กรมที่ดินชี้แจงสาเหตุความล่าช้าโดยด่วน ส่วนกรณีชุมชนไทดำ อ.บ้านนาเดิม จ.สุราษฎร์ธานี ที่มีข้อพิพาทเรื่องการขอแก้ไขหรือเพิกถอนแนวเขตที่ดินสาธารณประโยชน์เนื้อที่กว่า 1,318 ไร่ เพื่อหาทางออกร่วมกัน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้คณะกรรมการระดับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริง บูรณาการข้อมูลแผนที่จากทุกหน่วยงานมาประกอบการพิจารณา และเจรจากับเอกชนเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด.



