สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ว่าข้อมูลด้านสิทธิพลเมืองของรัฐบาลกลางแสดงให้เห็นว่า นักเรียนผิวสีถูกลงโทษในอัตราที่สูงเกินสัดส่วน ขณะที่รายงานของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐเมื่อปี 2566 พบว่า เด็กก่อนวัยเรียนผิวสีในโรงเรียนรัฐบาลได้รับโทษพักการเรียนนอกโรงเรียน ในอัตราเกือบ 2 เท่าของนักเรียนทั้งหมด
แนวทางใหม่ระบุว่า โรงเรียนไม่สามารถแก้ไขนโยบายการลงโทษ เพียงเพื่อที่จะลดความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติได้
สำนักงานสิทธิพลเมืองของกระทรวงศึกษาธิการสหรัฐระบุว่า การตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงโทษ โดยมีจุดประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยง หรือลดความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
The US Education Department has issued guidance urging schools to stop what it calls ‘racial balancing’ in student discipline policies, prompting concerns that the Trump administration is making it harder to address longstanding racial disparities in school discipline…
— Reuters (@Reuters) August 20, 2026
โดยโรงเรียนต้องรับประกันว่า นักเรียนจะไม่ได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันเนื่องจากเชื้อชาติ ขณะที่ความพยายามปรับสมดุลทางเชื้อชาติ ถือเป็นการเลือกปฏิบัติ
ด้านเอริค ดันแคน ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายหลักสูตรพี-12 จากกลุ่มสนับสนุนความเท่าเทียมทางการศึกษาเอ็ดทรัสต์ (EdTrust) เตือนว่า รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางเชื้อชาติในการลงโทษในโรงเรียนได้ เพียงแค่บอกให้โรงเรียนเพิกเฉยต่อเชื้อชาติ พร้อมเสริมว่า นักเรียนผิวสีเผชิญกับการลงโทษที่รุนแรงที่สุด ในโรงเรียนของประเทศมานานแล้ว
ข้อมูลจากรายงานปี 2566 แสดงให้เห็นว่า เด็กชายผิวสีมีโอกาสถูกพักการเรียน หรือถูกไล่ออกจากโรงเรียนรัฐบาลระดับอนุบาลถึงมัธยมปลาย มากกว่าเด็กชายผิวขาวเกือบ 2 เท่า ขณะที่เด็กหญิงผิวสีมีโอกาสถูกพักการเรียนในโรงเรียน 1 ครั้งหรือมากกว่า ถูกพักการเรียนนอกโรงเรียน 1 ครั้งหรือมากกว่า และถูกไล่ออกจากโรงเรียนมากกว่าเด็กหญิงผิวขาวเกือบ 2 เท่า.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



