เมื่อวันที่ 20 ส.ค. ที่เมืองโอ๊คแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เปิดเผยภายหลังหารือแบบส่วนตัว (One on one) กับผู้บริหารบริษัท T&G Global ซึ่งเป็นบริษัทชั้นนำด้านพืชสวนและผลไม้สดเก่าแก่ของนิวซีแลนด์ และนายเจฟฟ์ แมคโดนัลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกายไลน์ เอ็นเตอร์ไพรส์ (Skyline Enterprises) ว่า ทั้ง 2 บริษัทตัดสินใจจะเข้ามาลงทุนและมีพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยธุรกิจแรกคือการส่งออกผลไม้ และอีกธุรกิจเป็นประเภทความบันเทิงในลักษณะของสวนสนุกที่อยู่ในอาคาร สำหรับธุรกิจส่งออกผลไม้ของ T&G Global จะเน้นที่แอปเปิล ซึ่งมียอดขายเฉพาะในประเทศไทยปีละกว่า 3,000 ล้านบาท และมียอดขายทั่วโลกประมาณปีละ 100,000 ล้านบาท ทางบริษัทไม่ได้ปลูกแอปเปิลที่นิวซีแลนด์ แต่มีเทคโนโลยีด้านพันธุกรรมและไปรับผลผลิตจากทั่วโลก  โดยเห็นว่าประเทศไทยมีทำเลที่ตั้ง ที่เหมาะสมในการเป็นฐานกระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอาเซียน อินเดีย และตะวันออกกลางการลงทุนในเฟสแรก บริษัทจะเน้นการใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้าที่มีปริมาณมากและมีความต้องการตลอดเวลาก่อน 

นายกฯ กล่าวต่อว่า ส่วนในเฟสที่ 2 มีความสนใจที่จะนำเทคโนโลยีทางพันธุกรรมมาศึกษาว่าเกษตรกรไทยจะสามารถปลูกแอปเปิลเพื่อเป็นช่องทางเพิ่มผลผลิตได้หรือไม่ เนื่องจากประเทศไทยมีเทคโนโลยีและองค์ความรู้ด้านเกษตรกรรม หากนำมาร่วมกันทำวิจัยและพัฒนาการผลิตต่อไปก็จะเป็นประโยชน์ต่อบริษัท ประเทศไทย และเกษตรกร ซึ่งบริษัทมีความมั่นใจและตัดสินใจที่จะใช้ประเทศไทยเป็นฐานกระจายสินค้า โดยเดินทางมาถึงวันแรกก็ขอเข้าพบก่อนทันที และในวันพรุ่งนี้จะมีการพบกับผู้ประกอบการที่สนใจจะเป็นพาร์ทเนอร์ หรือสนใจใช้ประโยชน์จากไทยในการเป็นฐานการผลิตสินค้าเพิ่มเติมต่อไป

เมื่อถามว่าการเจรจา One on one ของบริษัท Skyline Enterprises นายกฯกล่าวว่า ทางบริษัทได้นำแบบแปลนมาให้ดูแล้ว เพียงแต่ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับพาร์ทเนอร์ในประเทศไทยซึ่งยังไม่สามารถเอ่ยนามได้ เนื่องจากธุรกิจต้องใช้พื้นที่ เยอะมาก จึงต้องพิจารณาว่าจะร่วมมือในสถานที่ที่มีความพร้อมอยู่แล้วหรือจัดหาสถานที่ใหม่ โดยสรุปคือบริษัทตัดสินใจแล้วว่าจะมาลงทุนในประเทศไทย.