นายปิยะ ลืออุติกุลวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 4 กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำยมได้รับอิทธิพลจากฝนที่ตกหนักทั้งบริเวณตอนบนและตอนกลางของลุ่มน้ำ ในช่วงวันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอปงและอำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่าที่ไหลผ่านสถานีวัดน้ำ Y.31 จังหวัดพะเยา พุ่งสูงสุดถึง 917 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่พื้นที่อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อำเภอศรีสัชนาลัย และอำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่ตอนกลางของลุ่มน้ำ มีน้ำไหลผ่านที่สถานี Y.14B อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย สูงสุดถึง 688 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงต้องติดตามการเคลื่อนตัวของปริมาณน้ำและระดับน้ำในแต่ละพื้นที่อย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันสถานีต้นน้ำในจังหวัดพะเยาและแพร่ มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง แต่ที่จังหวัดสุโขทัยกำลังรับมือกับปริมาณน้ำที่กำลังจะเดินทางมาถึง โดยสถานการณ์ล่าสุดวันที่ 22 สิงหาคม 2569 เวลา 06.00 น. ที่สถานี Y.14B อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 561 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แนวโน้มทรงตัว ส่วนที่สถานี Y.4 อำเภอเมืองสุโขทัย มีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 278 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งยังต่ำกว่าตลิ่งราว 1.7 เมตร สถานการณ์ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ที่ควบคุมได้

ด้านการบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้ควบคุมและระบายน้ำผ่านท้ายประตูระบายน้ำแม่น้ำยม (บ้านหาดสะพานจันทร์) พร้อมแบ่งน้ำเข้าประตูระบายน้ำคลองหกบาท ลงแม่น้ำยมสายเก่า และผันไปลงคลองยม-น่าน เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลผ่านพื้นที่ตัวเมืองสุโขทัย โดยจะปรับการระบายให้เหมาะสมกับปริมาณน้ำและสถานการณ์ฝนในแต่ละช่วงเวลา

สำหรับการเตรียมความพร้อม สำนักงานชลประทานที่ 4 ได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ไว้ตามจุดเสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่ริมแม่น้ำยม พร้อมติดตามสถานการณ์น้ำและฝน ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้สามารถปรับแผนการบริหารจัดการและเข้าดำเนินการได้อย่างทันท่วงที