สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 25 ส.ค. ว่าสำนักงานควบคุมทรัพย์สินต่างชาติ (โอแฟก) สังกัดกระทรวงการคลังสหรัฐ ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับ ระงับใบอนุญาตทั่วไป 5 ฉบับที่เคยอนุญาตให้ชาวอเมริกันดำเนินกิจกรรมด้านกีฬา วิชาการ และการศึกษา กับอิหร่าน “อย่างไม่มีกำหนด”
มาตรการดังกล่าวถือเป็นการยกเลิกข้อยกเว้นสำคัญบางส่วนที่เหลืออยู่ สำหรับการติดต่อระหว่างประชาชนของสองประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับการค้า
ใบอนุญาตที่ถูกระงับรวมถึงใบอนุญาตทั่วไปแบบ “เอฟ” ซึ่งครอบคลุมการแลกเปลี่ยนด้านกีฬา และใบอนุญาตทั่วไปแบบ “จี” ซึ่งครอบคลุมบริการด้านวิชาการและการศึกษา รวมถึงข้อกำหนดอีก 3 ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินส่วนบุคคลที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์และบริการด้านการประชุม
The US Treasury Department indefinitely suspended general licenses supporting professional and amateur sports activities and academic exchanges involving Iran and the United States, the Office of Foreign Assets Control announced on Monday.
— Iran International English (@IranIntl_En) August 25, 2026
The suspension means transactions… pic.twitter.com/Cbgtbm3e1p
ทั้งนี้ โอแฟกออกใบอนุญาตทั่วไปแบบ “บีบี” เพื่อเปิดทางให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ยุติกิจกรรมที่ดำเนินอยู่ภายใต้ใบอนุญาตดังกล่าวภายในวันที่ 8 ก.ย. นี้ ก่อนที่กิจกรรมเหล่านั้นจะเข้าข่ายละเมิดมาตรการคว่ำบาตร หากไม่ได้รับอนุญาตเป็นกรณีเฉพาะ
มาตรการดังกล่าวส่งผลโดยตรงต่ออาจารย์มหาวิทยาลัย นักวิจัย นักกีฬา และสถาบันการศึกษาที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานในอิหร่าน รวมถึงบุคคลที่ส่งเงินส่วนตัวให้ครอบครัวในอิหร่าน
นอกจากนี้ ผู้จัดการประชุมทางวิชาการและวิชาชีพอาจเผชิญกับความเสี่ยงทางกฎหมาย หากยังเปิดให้ผู้เข้าร่วมจากอิหร่านเข้าร่วมกิจกรรมภายใต้กรอบเดิม
การระงับใบอนุญาตครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐเพิกถอนใบอนุญาตทั่วไปประเภท “เอ็กซ์” เมื่อเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเคยอนุญาตธุรกรรมบางประเภทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันของอิหร่าน และก่อนหน้านี้ยังคว่ำบาตรเครือข่ายสินทรัพย์ดิจิทัล ที่เชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (ไออาร์จีซี)
อย่างไรก็ตาม ผลกระทบทางเศรษฐกิจโดยตรงจากมาตรการเหล่านี้มีจำกัด เนื่องจากใบอนุญาตดังกล่าวครอบคลุมกิจกรรมที่ไม่ใช่เชิงพาณิชย์ จึงไม่น่ากระทบต่อการค้า ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ หรือการจัดสรรเงินทุนในระดับที่มีนัยสำคัญ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



