นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เปิดเผยในงานปาฐกถาพิเศษ ในงานไทยแลนด์โฟกัส 2026 รีอิกไนต์ ไทยแลนด์ ว่า ในช่วงเช้าวันนี้ตนได้เข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงเหตุผลของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจ และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และตนยอมไม่กินข้าวกลางวัน เพื่อมาให้ข้อมูลกับนักลงทุนทุกคน เพื่อหวังว่าหุ้นไทยจะขึ้นไป 2,000 จุดได้ภายในปีนี้
ทั้งนี้ ยืนยันว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเติบโตได้มากในอนาคต เนื่องจากมีเสถียรภาพทางการเมืองที่เข้มแข็ง และตัวเลขการลงทุนที่โดตต่อเนื่อง ขณะเดียวกันรัฐบาลยังมุ่งหวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจใน 3 มิติ เพื่อรับมือกับความท้าทาย จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ การเติบโตของปัญญาประดิษฐ์ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย 1.การสร้างเสถียรภาพ ผ่านการเยียวยาค่าครองชีพประชาชนแบบมุ่งเป้า 2.การลดพึ่งพาพลังงานนำเข้าในระยะยาว ด้วยการเร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาด ผ่าน พ.ร.ก. กู้เงิน และการลงทุนเพื่อวันพรุ่งนี้
โดยเฉพาะการลงทุน รัฐบาลมุ่งเพิ่มสัดส่วนการลงทุนจาก 20% เป็น 30% ของจีดีพี ผ่านการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือพีพีพี กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และการใช้มาตรการไทยแลนด์ ฟาสต์ พาส เพื่อดึงดูดเงินลงทุนตรงจากต่างชาติ ซึ่งเห็นผลลัพธ์ชัดผ่านยอดคำขอผ่านบีโอไอที่โตขึ้น 37% คิดเป็นมูลค่า 1.47 ล้านล้านบาท ในครึ่งปีแรก
ขณะเดียวกัน รัฐบาลได้ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน มุ่งผลักดันจีดีพีให้สูงกว่า 3% และดันขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศเข้าสู่ 20 อันดับแรกของโลก โดยมุ่งวัดผลสำเร็จการลงทุนใน 3 มิติ ได้แก่ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี การดึงเอสเอ็มอีเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก และยกระดับทักษะแรงงานในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เช่น เอไอ อีวี และเทคโนโลยีชีวภาพ



