เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ที่สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ศักดิสิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.พรเทพ เฉลิมเกียรติ ผกก.สน.สุทธิสาร พ.ต.ท.สุรพันธ์ พันเปี่ยม รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร พ.ต.ต.วีรพันธ์ ผลพันธิน สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร แถลงผลจับกุมเครือข่ายแก๊งลักรถจักรยานยนต์ส่งประเทศเพื่อนบ้าน รวม 4 ราย ประกอบด้วย 1.นายวณัฐพงศ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 24 ปี 2.นายสหรัฐ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี 3.นายเด่นศักดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี และ 4.นายอัศนัย (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี
พร้อมด้วยของกลาง รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นคอมมิวเตอร์ สีขาว จำนวน 2 คัน ทะเบียน ฮภ 827 กรุงเทพมหานคร และทะเบียน นค 262 หมวดจังหวัดอุบลราชธานี (ดัดแปลงสภาพไว้ขนรถจยย.) และรถจักรยานยนต์ของกลาง เป็นยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ทั้งหมด รวม 5 คัน ประกอบด้วย รุ่นเวฟ 125 สีขาว ทะเบียน 5 กฑ 3398 หมวดจังหวัดชลบุรี 1 คัน, เวฟ รุ่นสเปเชียลลิมิเต็ด (รุ่นใหม่ล่าสุด) สีดำ 2 คันไม่ติดป้ายทะเบียน, เวฟไอ สีดำ ทะเบียน 2 กม 2485 หมวดจังหวัดระยอง 1 คัน และเวฟรุ่น 125 สีบอร์นดำ ไม่ติดป้านทะเบียนอีก 1 คัน และแผ่นป้ายทะเบียน อีก 2 ป้าย ทะเบียน 2 ฆข 8974 กรุงเทพมหานคร, 1 ฆห 4360 กรุงเทพมหานคร (ทั้งสองคัน แจ้งหายไว้ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์)

พล.ต.ต.เกียรติกุล กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สุทธิสาร ได้มีการจับกุมเครือข่ายแก๊งลักรถส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน เมื่อวันที่ 7 ส.ค. 2569 หลังจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้รับแจ้งจากผู้เสียหาย ว่ารถจักรยานยนต์หายจำนวนหลายคัน จึงวางแผนทำการล่อซื้อ โดยนัดหมายส่งมอบรถบริเวณปั๊มน้ำมันเชลล์ ซอยลาดพร้าว 44 แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
โดยศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ในข้อหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะฯ” คือ นายสหรัฐ และนายวณัฐพงศ์ก่อนนำกำลังไปตรวจค้นจับกุมนายวณัฐพงศ์ ผู้ต้องหา และสามารถขยายผลไปจับกุมคนขับรถตู้ ได้อีก 2 ราย ทำหน้าที่ขนรถจักรยานยนต์เพื่อไปส่งผู้สั่งการในประเทศเพื่อนบ้าน

ผบก.น.2 กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ได้ค่าจ้าง ในการลักต่อกันประมาณ 23,000-25,000 บาท ส่วนคนขับรถตู้ได้คันละ 2,500 บาท ซึ่งรถตู้สามารถบรรจุรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้เที่ยวละ 4 คัน ตกประมาณ 10,000 บาท โดยทำตามออเดอร์ จากผู้สั่งการ โดยจะเลือกยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ ส่วนพฤติการณ์จะมีการ ออกไปก่อเหตุในแต่ละคืนเป็นคู่แต่ละครั้ง จะได้รถจักรยานยนต์ รอบละ 2 คัน เลือกรถที่ลักได้ง่าย เมื่อต่อสายตรงแล้วจะนำไปเก็บไว้ จากนั้นจะเปลี่ยนชุดเสื้อผ้า ก่อนนำรถจักรยานยนต์ที่ลักมาได้ไปใช้ก่อเหตุเพื่อปกปิดอำพราง จากนั้นจะโทรบอกกับ ผู้สั่งการที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้านว่าได้รถแล้วและทางผู้สั่งการจะส่งรถตู้มารับที่ในภาคอีสานใกล้ชายแดน
พล.ต.ต.เกียรติกุล กล่าวอีกว่า สำหรับนายวณัฐพงศ์ ผู้ต้องหาซึ่งเป็นตัวก่อเหตุลักรถของกลาง ให้การอ้างว่า ทำมาประมาณ 7 เดือน ไม่ต่ำกว่า 100 คัน เบื้องต้นอยู่ระหว่างขยายผลติดตามรถที่ถูกโจรกรรมเพิ่มเติม และติดตามผู้เสียหายมาดูรถของกลาง จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาตระเวนก่อเหตุหลายท้องที่ทั้งกรุงเทพและปริมณฑล

เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน หรือรับของโจร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสารดำเนินคดี และประสาน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานีมารับตัวดำเนินคดีเพิ่มเติม
รายงานข่าวแจ้งว่า นายจิมมี่ สัญชาติลาว เป็นผู้สั่งการจากประเทศลาวเพื่อสั่งออเดอร์ให้กับคนขับรถตู้



