เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 69 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ภายหลังเปิดให้สมาชิกหารือปัญหาความเดือดร้อนและก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) หารือเพื่อขอความชัดเจนต่อกรณีที่ฝ่ายค้านเข้าชื่อเพื่อขอให้ส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งกรรมการไต่สวนอิสระ การทำหน้าที่ของกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หลังจากที่ทราบตามข่าวว่า ได้ตั้งกรรมการกลั่นกรองเพื่อประกอบการพิจารณา โดยเรียกร้องให้เปิดเผยชื่อกรรมการเพื่อความโปร่งใสและให้ทุกฝ่ายมั่นใจว่าเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ ลบครหาว่าถูกส่งมาเพื่อปกป้องและขอความชัดเจนเรื่องกรอบเวลาพิจารณา ศึกษาข้อกฎหมาย ก่อนตัดสินใจ

โดย นายโสภณ ชี้แจงว่า การตั้งกรรมการขึ้นมากลั่นกรองก่อนที่ตนจะใช้ดุลพินิจตามที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นดุลพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหมายถึงตนคนเดียว ทั้งนี้ตนได้ศึกษาเกี่ยวกับกรณีเคยเกิดขึ้น พบว่า อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎรได้ทำเช่นกัน แต่ที่ผ่านมาพบว่าตั้งคนในสภาฯ เป็นกรรมการ หากตนทำแบบนั้นอาจถูกมองว่าเป็นบุคคลใต้อาณัติของประธาน จึงเปลี่ยนเอาคนนอกมากกว่าคนในเพื่อป้องกันครหา

“ไม่ใช่ผมเลียนแบบตามประเพณี แต่เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้ความรอบคอบทางกฎหมาย ทั้งนี้คนที่จะมาทำหน้าที่ใช้เวลาเจรจาขอนาน เพราะเป็นเรื่องที่เปลืองตัว แต่ผมได้นำบุคคลที่น่าเชื่อถือมาทำงาน เป็นผู้มีความรู้ความสามารถ ภูมิประวัติที่สังคมเชื่อถือได้ เป็นระดับตุลาการ โดยผมไม่ทำสิ่งที่อายสังคม แต่ยังเปิดเผยชื่อไม่ได้ เพราะกังวลว่าจะไม่เป็นอิสระ ส่วนกรอบเวลาไม่สามารถระบุได้” นายโสภณ กล่าว

ทั้งนี้ นายพริษฐ์ ได้หารือย้ำว่าการไม่เปิดเผยชื่อกรรมการเพื่อความเป็นอิสระ แต่มีข้อกังวลว่าจะเป็นอิสระจากการตรวจสอบของประชาชน ส่วนการใช้เวลาขณะนี้พบว่าเวลาผ่านไป 82 วันแล้ว ขณะที่เรื่องที่เคยเกิดขึ้นเมื่อช่วงยุบสภา ที่ประธานวุฒิสภา ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา ใช้เวลา 41 วัน ก่อนส่งเรื่องพร้อมกับขอให้ในขั้นตอนพิจารณาควรให้ฝ่ายที่ยื่นคำร้องได้เข้าชี้แจงด้วย

ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า จากที่หารือ เชื่อว่ากรรมการเก็บไปพิจารณา ซึ่งตนทำตรงไปตรงมา ขอให้จบและรอผล

จากนั้นได้เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมต่อไป.