เมื่อวันที่ 28 ส.ค. เวลา 09.00 น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพฯ คณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ร่วมกับสถาบันพระปกเกล้า จัดเสวนาทางวิชาการ “วิกฤตศรัทธาองค์กรอิสระ: ที่มาและทางออก” โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะ กมธ. เปิดการสัมมนา และกล่าวในหัวข้อ “ถอดบทเรียน 30 ปี องค์กรอิสระ” ว่า ตอนที่ตนกลับมาทำงานการเมืออีกครั้ง มีเพื่อนแซวว่าทำไมยังมาเป็นกรรมาธิการสามัญอีก ซึ่งตนตั้งใจว่าจะต้องมาเป็น กมธ.ชุดนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อรัฐธรรมนูญ 40 เกิดขึ้นมีกลไกนี้เข้ามาช่วงแรกกองเชียร์เยอะมาก และเห็นผล ป.ป.ช.เล่นงานนักการเมืองใหญ่ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ขณะนั้น กกต.แจกใบเหลืองเป็นว่าเล่น เลือกตั้งแล้วเลือกตั้งอีก คนเชียร์ว่าให้ใบเหลืองไม่พอต้องให้ใบแดงด้วย ก็มีการไปแก้ให้ใบแดง ทุกคนก็เริ่มมีความหวัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือนักการเมืองก็ไม่หยุดอยู่กับที่ หาวิธีการในการเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญปี 40 คือเชื่อมโยงผ่านวุฒิสภาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรง เพราะหวังว่าจะปลอดจากการเมือง แต่ถูกพิสูจน์ว่าไม่ประสบความสำเร็จเพราะมีการเข้าไปแทรกแซง
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มารัฐธรรมนูญปี 50 ก็พยายามจะแก้เรื่องนี้ โดยมองว่าปัญหาเกิดจากวุฒิสภามาจากการเลือกตั้งโดยตรง จึงสร้างระบบวุฒิสภาลูกผสมขึ้นมา ระหว่างเลือกตั้งและสรรหา ดูเหมือนอาจจะลดปัญหาลงบ้าง แต่ในที่สุดก็ยังไม่พ้นข้อครหาเกี่ยวกับเรื่องการเข้าแทรกแซงองค์กรอิสระ มาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ไปอีกขั้นหนึ่งเพราะนอกเหนือจากการที่คณะรัฐประหารเข้ามาเขียนกติกาเองแล้ว ยังเตรียมตัวมาเป็นผู้เล่นเอง และเป็นคนให้คุณให้โทษกับองค์กรอิสระ ด้วยการทำระบบการเลือกวุฒิสภา
“ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังเป็นนวัตกรรมทางการเมืองของโลก ผมไม่เชื่อว่าจะมีที่อื่นใช้ และคิดว่าวันนี้มาถึงจุดที่เรียกว่าครบวงจรคือสามารถที่จะมีกลุ่มคนวางแผนที่จะเข้าไปยึดกลไกของวุฒิสภา เพื่อสามารถจะเข้าไปอยู่ในองค์กรอิสระ วันนี้เวลาเราจะใช้องค์กรอิสระหรือเราจะตรวจสอบองค์กรอิสระกลายเป็นเรื่องยากมาก จึงไม่แปลกใจว่าทำไมวันนี้เราจึงมาพูดเรื่องวิกฤติขององค์กรอิสระ
ทางออกที่ผมพอมองเห็นในขณะนี้คือ ถ้าเรามีกระบวนการในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็เป็นโอกาสทองที่เราจะมาทบทวนเรื่องนี้ แต่ผมเป็นคนที่พูดตั้งแต่ต้นและยังยืนยันเดิมจนถึงวันนี้ว่าผมยังเชื่อว่าเรายังต้องการเครือข่ายองค์กรอิสระ เพื่อเข้ามาตรวจสอบการใช้อำนาจนักการเมือง หากนักการเมือง และพรรคการเมือง ยังไม่สามารถสร้างศรัทธาและความเชื่อมั่นว่าเราจะดูแลกันเองได้
แต่ถ้าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยังคงมีอุปสรรคอีกมากมายทำไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดต้องมีความพยายามในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในบทบัญญัติ ใน 2 ส่วน คือ 1.ที่มาขององค์กรอิสระ 2.ที่มาของวุฒิสภา ที่เชื่อว่าจะเป็นองค์กรที่คัดสรรองค์กอิสระ นอกจากนั้นคือ การแก้ไขกลไกที่บิดเบี้ยว เช่น การกำหนดให้ ประธานสภา ใช้ดุลพินิจต่อการยื่นเรื่องตรวจสอบ ป.ป.ช. แต่หากการแก้ไขยังได้ยาก ต้องปรับปรุงกฎที่เกี่ยวข้องเพื่อให้องค์กรอิสระทำงานโปร่งใส
“เราอยู่เฉยไม่ได้ ถ้าเราอยู่เฉยวันนี้ ถ้าสมมุติเราบอกว่าพรรคการเมืองยึดครอง สว.และส่งคนเป็นองค์กรอิสะ ที่ช่วยเหลือไม่ให้ฝ่ายบริหารผิด ไม่มีใครตรวจสอบองค์กรอิสระได้ เพราะประธานสภายืนขวางอยู่ ผมรู้สึกว่าคนเหล่านี้ใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองหรือไม่ เพราะหลักของประชาธิปไตยไม่ใช่แค่การเลือกตั้ง แต่คือความรับผิดชอบต่อประชาชน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว.



