สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 28 ส.ค. ว่าศาลยูเอ็นพิพากษาให้พล.อ.มลาดิช รับโทษจำคุกตลอดชีวิตในปี 2560 ฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมสงคราม และอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ระหว่างช่วงสงครามในอดีตยูโกสลาเวีย เมื่อปี 2535-2538

ภายหลังสงครามบอสเนีย พล.อ.มลาดิชหลบหนีเป็นเวลา 16 ปี จนกระทั่งถูกติดตามตัวจนพบในพื้นที่ชนบทของเซอร์เบีย เมื่อปี 2554 และถูกนำตัวขึ้นศาลในกรุงเฮก ซึ่งคำพิพากษาของศาลยูเอ็นในปี 2564 ยืนตามคำตัดสินเดิม โดยพล.อ.มลาดิชได้รับการดูแลแบบประคับประคองในโรงพยาบาลของศูนย์กักกันของยูเอ็น และเสียชีวิตที่นั่น

ในแถลงการณ์ยืนยันการเสียชีวิต ศาลยูเอ็นระบุว่า ทางการเนเธอร์แลนด์เริ่มการสอบสวนแล้ว และผู้พิพากษาสูงสุดของศาลได้รับคำสั่งให้ดำเนินการสอบสวนอย่างเต็มรูปแบบ เกี่ยวกับสถานการณ์การเสียชีวิตของพล.อ.มลาดิช

BBC News

เมื่อเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา ศาลยูเอ็นปฏิเสธคำขอปล่อยตัวพล.อ.มลาดิชออกจากเรือนจำ เนื่องจากเขาใกล้ถึงวาระสุดท้ายของชีวิต ซึ่งผู้พิพากษาเห็นด้วยว่า สถานการณ์ของพล.อ.มลาดิชนั้น “เลวร้าย” แต่ตัดสินว่าเขาได้รับการดูแลอย่างครอบคลุมและเห็นอกเห็นใจในเรือนจำ

ในช่วงสงคราม กองกำลังของพล.อ.มลาดิชก่อเหตุ “กวาดล้างทางชาติพันธุ์” ในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา โดยมีเป้าหมายเพื่อขับไล่ประชากรที่ไม่ใช่ชาวเซอร์เบียโดยใช้กำลัง ซึ่งพวกเขาปิดล้อมเมืองซาราเยโว ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 10,000 ราย รวมถึงสังหารหมู่ผู้ชายและเด็กผู้ชาย 8,000 ราย ที่เมืองสเรเบรนิกา

ด้านผู้รอดชีวิตคนหนึ่งจากเมืองสเรเบรนิกา กล่าวว่า การเสียชีวิตของพล.อ.มลาดิชไม่ได้ทำให้เรื่องราวจบลง เพราะผู้คนที่ถูกสังหารในเมืองสเรเบรนิกา ไม่สามารถกลับมาได้

อย่างไรก็ตาม นายมิโลราด โดดิก ผู้นำกลุ่มแบ่งแยกดินแดนชาวเซิร์บ-บอสเนีย กล่าวว่า พล.อ.มลาดิชได้รับความเคารพจากชาวเซิร์บ ในฐานะผู้บัญชาการที่ยืนหยัดปกป้องชาวเซิร์บ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS