เมื่อวันที่ 15 ส.ค.นายสนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ทำไม? น้ำแข็งบนหลังคาโลกหิมาลัยละลายอย่างรวดเร็ว..

สาเหตุหลักที่ธารน้ำแข็งในเทือกเขาหิมาลัยละลายเร็วเป็นประวัติการณ์ มาจากภาวะโลกร้อน (Global Warming) และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ซึ่งนักวิทยาศาสตร์พบว่าธารน้ำแข็งในภูมิภาคนี้กำลังละ ลายเร็วกว่าในอดีตถึง 2 เท่าและจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมฉับพลันและดินโคลนถล่มรุนแรงในแถบเนปาลและทิเบตบ่อยครั้งขึ้น

ปัจจัยสำคัญที่เร่งให้เกิดการละลายของน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว  1.อุณหภูมิบนภูเขาสูงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด พื้นที่ภูเขาสูงมักจะมีความร้อนสะสมเร็วกว่าพื้นที่ราบโดยนักวิทยาศาสตร์พบว่าเทือกเขาหิมาลัยมีอุณหภูมิสูงขึ้นเร็วกว่าพื้นที่ราบเกือบ 2 เท่าส่งผลให้หิมะที่เคยตกในฤดูหนาวลดลงและละลายเร็วขึ้นอย่างมาก

2.เขม่าดำจากมลพิษทางอากาศ (Black Carbon) ลมได้พัดพาเอาเขม่าดำ สปอร์ มลพิษจากการเผาไหม้ และควันจากโรงงานหรือยานพาหนะในเอเชียใต้ลอยขึ้นไปตกค้างบนผิวหิมะสีขาวทำให้เกิดการลดการสะท้อนแสง ซึ่งโดยปกติหิมะสีขาวจะสะท้อนแสงแดดกลับออกไปได้ดี(Albedo Effect)แต่เมื่อมีเขม่าดำมาเกาะทำให้หิมะกลายเป็นสีคล้ำในหลายแห่ง มันจึงดูดซับรังสีความร้อนจากดวงอาทิตย์ไว้แทนส่งผลให้น้ำแข็งละลายได้เร็วขึ้น

3. หินและดินดูดความร้อน เมื่อธารน้ำแข็งบางส่วนละลายไป จะเผยให้เห็นหน้าดินหรือโขดหินสีเข้มที่อยู่ด้านใต้ หินเหล่านี้จะดูดความร้อนจากแสงแดดเอาไว้ ทำให้พื้นที่โดยรอบอุ่นขึ้นและยังไปช่วยเร่งน้ำแข็งก้อนข้างๆให้ละลายเร็วยิ่งขึ้นเป็นทวีคูณ 4.เกิดการขยายตัวของทะเลสาบธารน้ำแข็ง (Glacial Lakes) มวลน้ำที่ละลายออกมาจะรวมตัวกันเป็นทะเลสาบธารน้ำแข็งอยู่บนเขาสูงซึ่งน้ำในทะเลสาบเหล่านี้จะมีอุณหภูมิสูงกว่าก้อนน้ำแข็ง จึงช่วยกัดเซาะฐานของธารน้ำแข็งที่อยู่ติดกันให้ละลายและพังทลายลงน้ำเร็วขึ้น

ผลกระทบที่น่ากังวล วิกฤตนี้จะส่งผลโดยตรงต่อประชากรกว่า 2,000 ล้านคนที่อาศัยอยู่บริเวณท้ายน้ำ เนื่องจากธารน้ำแข็งหิมาลัยเป็น ต้นกำเนิดของแม่น้ำสายสำคัญหลายสาย (เช่น แม่น้ำสินธุ แม่น้ำคงคา และแม่น้ำพรหมบุตร) ในระยะสั้นจะทำให้เกิดน้ำท่วมที่มาจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก (GLOFs)และดินถล่มครั้งใหญ่ ซึ่งพัดทำลายชุมชน ส่วนในระยะยาวจะนำไปสู่ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำจืดในการอุปโภคบริโภคและการเกษตรอย่างรุนแรง