เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 ส.ค. 69 นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามโครงการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่อ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง กับ อ.มะนัง จ.สตูล โดยมี นายคณิต คงช่วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นายอาทิตย์ วงมุสิก นายอำเภอมะนัง นายสัมฤทธิ์ เลียงประสิทธิ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสตูล พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยว ร่วมลงพื้นที่ ณ ถ้ำภูผาเพชร ต.ปาล์มพัฒนา อ.มะนัง จ.สตูล

นายวรศิษฎ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ติดตามโครงการในครั้งนี้ เป็นการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมขนส่งเชื่อมโยงอ่าวไทยและอันดามัน เริ่มต้นที่จังหวัดพัทลุง มาที่จังหวัดสตูล เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนด้านการคมนาคมของพี่น้องประชาชน เนื่องจากปัจจุบันเส้นทางเชื่อมโยงระหว่างจังหวัดพัทลุงและจังหวัดสตูลต้องเดินทางอ้อม มีระยะทางไกลตั้งแต่ 145 ถึง 243 กิโลเมตร และใช้เวลาเดินทางนานถึง 2 ถึง 4 ชั่วโมง ทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกและมีต้นทุนการขนส่งที่สูง ซึ่งหากโครงข่ายถนนเชื่อมต่อสายใหม่นี้ดำเนินการสำเร็จ จะสามารถร่นระยะทางเหลือเพียงประมาณ 40 กิโลเมตร ลดเวลาเดินทางเหลือเพียง 1 ชั่วโมง

เนื่องจากพื้นที่รอยต่อจังหวัดสตูลและพัทลุงดังกล่าว เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าเทือกเขาบรรทัด จึงต้องดำเนินการขออนุญาตและศึกษาตามขั้นตอนของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขณะนี้จังหวัดสตูลบูรณาการร่วมกับแขวงทางหลวงชนบทสตูล ได้ตั้งงบประมาณในการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงข่ายถนนเชื่อมต่อระยะทางรวมประมาณ 21.3 กิโลเมตร ซึ่งครอบคลุมการสำรวจเส้นทางเดินระหว่างสตูล-พัทลุง ระยะทาง 7.6 กิโลเมตร และเส้นทางถนนภายในโครงการอ่างเก็บน้ำป่าบอน จังหวัดพัทลุง ระยะทาง 6.3 กิโลเมตร โดยมีกรอบระยะเวลาดำเนินงานศึกษารวม 270 วัน เริ่มต้นสัญญาตั้งแต่วันที่ 10 สิงหาคม 2569 และมีกำหนดสิ้นสุดสัญญาในวันที่ 6 พฤษภาคม 2570

“โครงการนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากประชาชนในพื้นที่ที่มีความต้องการความสะดวกในการสัญจรเดินทาง แต่ในขณะเดียวกันต้องคำนึงถึงธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องพูดคุยหารือและหาแนวทางร่วมกัน และมีส่วนร่วมของประชาชนในการให้ความเห็นและร่วมดำเนินการ สิ่งสำคัญคือประชาชนในพื้นที่ “เป็นเจ้าของบ้าน” เราต้องรับฟังความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวมุ่งเน้นการพัฒนาโครงข่ายการคมนาคมขนส่งให้เกิดความเชื่อมโยงที่สมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพระบบโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้า ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการลงทุนในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน” นายวรศิษฎ์ กล่าว.