เวลา 10.00 น. วันที่ 29 ส.ค. 69 ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้มีการประชุมติดตามสถานการณ์สาธารณภัย (Situation Awareness Team: SAT) โดยนายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มอบหมายให้นางสาวอังศุมาลิน อังศุสิงห์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการสาธารณภัย ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงาน ปภ. ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยเน้นย้ำให้จังหวัดที่มีความเสี่ยง ให้เฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยประชาชนล่วงหน้าและเตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนทันทีที่มีสถานการณ์

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) โดยกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศและแนวโน้มสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่าในช่วงวันที่ 29 ส.ค.-2 ก.ย. 69 ประเทศไทยจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ได้แจ้งเตือน 51 จังหวัดให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงสูงในภาคเหนือ ได้แก่ แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย และตาก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ บึงกาฬ นครพนม และสกลนคร และภาคตะวันออก ได้แก่ จันทบุรี และตราด ทั้งนี้ ได้สั่งการให้พื้นที่เร่งกระจายข่าวแจ้งเตือนประชาชนผ่านทุกช่องทาง รวมถึงหอเตือนภัยและระบบ Cell Broadcast โดยให้ประสานผู้นำชุมชนแปลงข้อมูลเป็นภาษาถิ่นหรือภาษาชนเผ่า เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าใจและรับมือได้อย่างรวดเร็ว
สำหรับการติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือพบว่า จังหวัดน่านระดับน้ำลดต่ำกว่าตลิ่งและเข้าสู่ระยะฟื้นฟูแล้ว การทำความสะอาด (Big Cleaning) แล้วเสร็จเกือบ 100% ระบบสาธารณูปโภคใช้งานได้ตามปกติ พร้อมทั้งเริ่มจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นและมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตแล้ว ขณะที่จังหวัดเชียงรายยังมีน้ำท่วมขังในบางอำเภอ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าระวังระดับน้ำผ่านระบบ CCTV ตลอด 24 ชั่วโมง จังหวัดแม่ฮ่องสอนเตรียมรับมือเชิงรุกด้วยการแจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงและใช้ระบบ Cell Broadcast เพื่อรับมือน้ำท่วมและดินถล่ม จังหวัดตากระดับน้ำในแม่น้ำเมยและแม่น้ำวังมีแนวโน้มลดลงและทรงตัว โดยได้เร่งสำรวจความเสียหายและแจกถุงยังชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนจังหวัดบึงกาฬเฝ้าระวังแม่น้ำโขงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น แม้ยังต่ำกว่าตลิ่งแต่กระทบพื้นที่เกษตรบางส่วนแล้ว จึงได้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำและจัดเตรียมกระสอบทรายรับมือ

กอปภ.ก. ยังได้เน้นย้ำข้อสั่งการไปยังหน่วยงาน ปภ. จังหวัดในพื้นที่เสี่ยง ให้บูรณาการความร่วมมือเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์อุทกภัยและดินถล่มในช่วงวันที่ 29 สิงหาคม-2 กันยายน 2569 โดยให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง หากมีความเสี่ยงสูงให้ประสานศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติแจ้งเตือนด่วนผ่านระบบ Cell Broadcast หอเตือนภัย และหอกระจายข่าว พร้อมประสานผู้นำชุมชนแปลข้อมูลการแจ้งเตือนเป็นภาษาถิ่น พร้อมให้จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย และอุปกรณ์กู้ภัยประจำพื้นที่ล่วงหน้า ตลอดจนเตรียมศูนย์พักพิงและซักซ้อมแผนอพยพร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยเน้นกลุ่มเปราะบางเป็นอันดับแรก เร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ ตรวจสอบความแข็งแรงของเสาไฟฟ้า และตัดแต่งกิ่งไม้

รวมทั้งให้ประชุมติดตามสถานการณ์ระดับจังหวัดและรายงาน ปภ. อย่างต่อเนื่อง สำหรับประชาชนสามารถติดตามข่าวสารสถานการณ์ภัยได้ทาง Facebook: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM, X: @DDPMNews, Line: @1784DDPM และหากได้รับความเดือดร้อนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ที่สายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง.



