สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงออตตาวา ประเทศแคนาดา เมื่อวันที่ 29 ส.ค. ว่า นางเมลานี โจลี รมว.อุตสาหกรรมแคนาดา กล่าวว่า รัฐบาลว่าจ้างนักวิชาการ 64 คน โดยมีการจัดสรรงบสนับสนุนมากกว่า 500 ล้านดอลลาร์แคนาดา (ราว 12,000 ล้านบาท) เป็นระยะเวลา 8 ปี ให้แก่มหาวิทยาลัยหลายแห่งในประเทศ
ในจำนวนนี้ 48 คน ย้ายมาจากสถาบันการศึกษาในสหรัฐ รวมถึงมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด มหาวิทยาลัยคอร์เนล และสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ (เอ็มไอที) ครอบคลุมสาขาการแพทย์ วิศวกรรมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ภูมิอากาศ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินหน้ากดดันมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ด้วยการระงับเงินทุนจากรัฐบาลกลาง ขณะที่นักวิจัยยังวิตกต่ออิทธิพลของทำเนียบขาวที่เพิ่มขึ้น ต่อการจัดสรรทุนวิจัยทางวิทยาศาสตร์
Canada poaches dozens of US academics as Trump administration tightens university funding | CNN https://t.co/r3nNbPyAL1
— Aadil Brar (@aadilbrar) August 29, 2026
โจลีกล่าวว่า ขณะที่บางประเทศกำลังลดการสนับสนุนงานวิจัย และหันหลังให้กับเสรีภาพทางวิชาการ แคนาดาเลือกเพิ่มการลงทุนด้านวิทยาศาสตร์และการวิจัย พร้อมย้ำว่า การตัดสินใจดังกล่าวเป็นนโยบายของแคนาดาเอง
ด้านนักวิชาการบางส่วนระบุว่า ความกังวลเกี่ยวกับเสรีภาพทางวิชาการในสหรัฐ เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจย้ายประเทศ อาทิ นายฟิลลิป ซามอร์ นักวิจัยด้านชีววิทยาอาร์เอ็นเอจากเอ็มไอที กล่าวว่า เขาไม่สามารถทำงานได้ดีที่สุดในสหรัฐ และไม่สามารถรับประกันสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยสำหรับผู้ร่วมงานได้.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



