เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 69 นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ประธานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย (ภท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงกรณีมีการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ “หลักฐานแวดล้อม” และ “เส้นโยงความสัมพันธ์” ที่เชื่อมโยงบุคคลต่าง ๆ เข้ากับพรรคภูมิใจไทย จนอาจทำให้สังคมเข้าใจล่วงหน้าว่าพรรคหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดเกี่ยวกับการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โดยยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ปฏิเสธการตรวจสอบ แต่ต้องการให้การตรวจสอบตั้งอยู่บนข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่ชัดเจน

เส้นโยงความสัมพันธ์ถึงกัน ไม่ใช่ความผิดโดยตัวมันเอง การจะกล่าวหาบุคคลใดต้องพิสูจน์การกระทำ เจตนา และพยานหลักฐานของบุคคลนั้นเป็นรายคน จะเหมารวมจากความสัมพันธ์แล้วสรุปว่าทั้งหมดเป็นขบวนการเดียวกันไม่ได้ ผู้ที่ออกมาวิเคราะห์หรือฟันธงต่อสาธารณะ ได้เห็นสำนวนทั้งหมดแล้วหรือ ได้เห็นทั้งพยานกล่าวหาและพยานหักล้างของผู้ถูกกล่าวหาแล้วหรือยัง หรือได้เห็นเพียงข้อมูล ข่าว หรือเอกสารบางส่วนที่ถูกนำออกมาเผยแพร่

ผู้มีอำนาจพิจารณาไต่สวนและวินิจฉัยในชั้น กกต. คือ กกต. ไม่ใช่ iLaw ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ไม่ใช่นักวิชาการ และไม่ใช่ศาลโซเชียล ไม่ควรใช้กระแสสังคมกดดันให้ กกต. ต้องวินิจฉัยไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

ในกระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมา มีการกล่าวถึงกิจกรรม “ตลาดนัด สว.” ที่เกี่ยวข้องกับ iLaw กิจกรรมหรือการติดต่อเหล่านั้นมีนัยสำคัญทางกฎหมายหรือไม่ การตั้งคำถามเช่นนี้ ไม่ได้หมายความว่า iLaw กระทำผิด เช่นเดียวกับที่ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้หมายความว่าบุคคลเหล่านั้นหรือพรรคภูมิใจไทยกระทำผิด นี่คือเหตุผลที่ต้องใช้มาตรฐานเดียวกัน หากสูตรคือ “รู้จักกัน + ติดต่อกัน + ทำกิจกรรมร่วมกัน = หลักฐานแวดล้อม” สูตรนี้ก็ต้องใช้ตรวจสอบได้กับทุกฝ่าย ไม่ใช่เลือกใช้เฉพาะกับคนที่ตนต้องการกล่าวหา

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ท้ายที่สุด ให้ กกต. ทำหน้าที่ตามกฎหมาย และให้พยานหลักฐานเป็นผู้พูด “ความเชื่อมโยง” ไม่ใช่ “ความผิด” “ข้อสงสัย” ไม่ใช่ “ข้อพิสูจน์” “กระแส” ไม่ใช่ “พยานหลักฐาน” และ “เสรีภาพในการพูด” ไม่ใช่ “เสรีภาพในการใส่ร้าย” ตรวจสอบได้ทุกฝ่าย — แต่กฎหมายต้องเป็นมาตรฐานเดียวกันสำหรับทุกคน