เมื่อวันที่ 31 ส.ค. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อตรวจติดตามนโยบายด้านการศึกษา ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ โดยมีการประชุมผู้บริหารส่วนราชการ พร้อมมอบนโยบายแก่ผู้บริหารการศึกษาในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ณ โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัย

โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสแรกที่ได้พบปะเพื่อนครูในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งตนได้ย้ำแนวทาง “All for Education” เนื่องจากการศึกษาเป็นเรื่องของคนทุกกลุ่มทุกภาคส่วนที่จำเป็นต้องเข้ามามีส่วนร่วม โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาเด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา เพราะปัญหานี้สามารถบริหารจัดการในภาพรวมระดับจังหวัดได้ สำหรับประเด็นความปลอดภัยในสถานศึกษา ตนต้องขอชื่นชมโรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยที่สามารถบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเหตุความรุนแรงภายในสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี จึงอยากให้สถานศึกษาจะต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย สำหรับนักเรียนและครูในทุกมิติ ทั้งความปลอดภัยภายในและภายนอกโรงเรียน ตลอดจนภัยในโลกไซเบอร์ แบะขณะนี้ศธ.กำลังอยู่ระหว่างจัดทำร่างพระราชบัญญัติความปลอดภัยในสถานศึกษาเพิ่มเติม โดยอยู่ระหว่างรวบรวมความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้กฎหมายสามารถครอบคลุมการดูแลและคุ้มครองนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษาได้อย่างรอบด้าน

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ศธ.ยังผลักดันการจัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิเสรีภาพของนักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเป็นกลไกในการรับเรื่องร้องเรียนและดูแลช่วยเหลือนักเรียนและครู โดยขอประชาสัมพันธ์ให้ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาใช้แอปพลิเคชัน “Traffy EDU” ในการแจ้งเหตุหรือข้อกังวลเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยในสถานศึกษา ทั้งปัญหาความรุนแรง การถูกละเมิดสิทธิ หรือปัญหาอื่น ๆ ที่ต้องการความช่วยเหลือ โดยระบบมีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและรักษาความลับของผู้แจ้ง ปัจจุบันภัยทางสังคมมีหลากหลายรูปแบบและสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา รวมถึงในโลกออนไลน์ ดังนั้น ทุกโรงเรียนควรจัดทำแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมสถานการณ์ต่าง ๆ และหมั่นซักซ้อมแผนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ครูและนักเรียนมีความรู้และสามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้อย่างทันท่วงที ขณะเดียวกัน โรงเรียนควรมีนักจิตวิทยาหรือระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่เข้มแข็ง รวมทั้งปฏิบัติตาม 7 มาตรการด้านความปลอดภัยของกระทรวงศึกษาธิการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดสงขลาที่เพิ่งประสบสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ จึงจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินในรูปแบบต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ

“ความปลอดภัยในสถานศึกษาไม่ได้หมายถึงเฉพาะความปลอดภัยภายในรั้วโรงเรียนเท่านั้น แต่ต้องครอบคลุมทั้งนอกรั้วโรงเรียนและโลกไซเบอร์ โรงเรียนจึงต้องเตรียมความพร้อม ให้ความรู้ และซักซ้อมแผนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายประเสริฐ กล่าว.