นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยระหว่างการ ลงพื้นที่ติดตามแผนแก้ปัญหาอุทกภัยหาดใหญ่ ว่านายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยต่อสถานการณ์ในพื้นที่หาดใหญ่เป็นอย่างมาก และได้อนุมัติงบกลางกว่า 800 ล้านบาท สำหรับซ่อมแซมเขื่อน อาคารชลประทาน ตลอดจนสำนักงานและสิ่งปลูกสร้างของกรมชลประทานที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัย
ขณะนี้กรมชลประทานได้เร่งดำเนินการจัดหาผู้รับจ้างและเริ่มงานฟื้นฟูในหลายจุดแล้ว โดยตั้งเป้าให้ระบบและอาคารชลประทานที่ได้รับความเสียหายสามารถกลับมาใช้งานได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ รวมถึงเร่งขุดลอกตะกอนในลำน้ำและคลองระบายน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและลดความเสี่ยงจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่
สำหรับแผนแก้ไขปัญหาระยะยาว ภายใต้โครงการที่จะดำเนินการในช่วงปี 2570–2572 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน เตรียมเดินหน้าก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและคลองระบายน้ำเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มศักยภาพในการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำอู่ตะเภา ตั้งเป้ายกระดับการป้องกันน้ำท่วมครั้งใหญ่จากเดิมเกิดซ้ำทุก 5 ปี เป็นทุก 25 ปี
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ประชาชนในพื้นที่จับตาคือ สถานการณ์น้ำในปีนี้จะรุนแรงเหมือนที่ผ่านมาอีกหรือไม่ โ ยอมรับว่า ประชาชนชาวหาดใหญ่ยังมีความกังวลทุกครั้งที่เกิดฝนตก เนื่องจากมีประสบการณ์จากเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีต สำหรับแนวโน้มสภาพอากาศ ได้มีการประเมินสถานการณ์ล่วงหน้า รวมถึงได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พัฒนาระบบจำลองสถานการณ์น้ำและการพยากรณ์อากาศ โดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์และจำลองสถานการณ์ เพื่อให้หน่วยงานสามารถประเมินแนวโน้มฝนและปริมาณน้ำได้เร็วขึ้น และเตรียมมาตรการรับมือได้อย่างเหมาะสม
“หาดใหญ่ ถือเป็นศูนย์กลางด้านการค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของภาคใต้ เมื่อเกิดน้ำท่วมรุนแรงจึงไม่ได้กระทบเฉพาะประชาชนในพื้นที่ แต่ยังส่งผลต่อภาคการท่องเที่ยว การค้า การขนส่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อบริหารจัดการน้ำจึงถือเป็นการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ในระยะยาวนายกฯ บอกว่า จุดเนี้ยเป็นจุดซึ่งถ้าเกิดแก้ไม่ได้ ก็ให้กระโดดน้ำ ผมว่ายน้ำไม่เป็น เพราะฉะนั้นผมจะต้องแก้ให้ได้ จะได้ไม่ต้องโดดลงไปครับ”



