เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ก.ย. 2569 ร.ต.อ.ทรงวุฒิ เสวิวัฒน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาหว้า จ.นครพนม นำตัวนางมุกแก้ว อายุ 24 ปี ชาวแขวงจำปาสัก สปป.ลาว มาสอบสวนเพิ่มเติม หลังถูกแจ้งข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน
คดีเริ่มจากช่วงบ่ายวันที่ 1 ก.ย. นางมุกแก้ว แจ้งตำรวจว่า ขณะขับรถกระบะตระเวนรับซื้อไส้เดือนตากแห้ง บริเวณถนนระหว่างบ้านดอนแดง-บ้านเหล่าพัฒนา ต.บ้านเสียว อ.นาหว้า ถูกคนร้าย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ใช้อาวุธมีดจี้ ก่อนชิงเงินสด 5 แสนบาทในกระเป๋าสะพายไป

ตำรวจระดมชุดสืบสวนตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมไล่ดูกล้องวงจรปิดและตรวจสอบข้อมูลจากโทรศัพท์มือถือ แต่ไม่พบหลักฐานว่ามีคนร้ายหรือเหตุการณ์ตามที่กล่าวอ้าง ประกอบกับไทม์ไลน์ไม่สอดคล้องกับคำให้การ จึงเค้นสอบนานกว่า 2 ชั่วโมง ก่อนเจ้าตัวยอมรับสารภาพว่าเรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องที่กุขึ้น

นางมุกแก้ว ให้การว่า ก่อนหน้านี้รู้จักบุคคลผ่านโซเชียล อ้างเป็นนักธุรกิจและชักชวนลงทุน โดยช่วงแรกโอนเงินแล้วได้รับผลตอบแทนจริง จึงหลงเชื่อเพิ่มเงินลงทุน จากหลักพันเป็นหลักหมื่นและหลักแสน กระทั่งถูกหลอกให้โอนเงินต่อเนื่อง และล่าสุดสามีชาวจีนเดินทางไปทำงานที่กรุงเทพฯ และมอบเงินสด 5 แสนบาท ให้ตนนำไปซื้อไส้เดือน แต่เงินกลับถูกมิจฉาชีพหลอกให้โอนจนหมด ก่อนถูกบล็อกช่องทางติดต่อ เมื่อรู้ว่าถูกหลอกจึงกลัวสามีรู้และโมโห จึงกุเรื่องว่าถูกคนร้ายชิงเงิน เพื่อใช้เป็นข้ออ้าง รวมสูญเงินประมาณ 1.3 ล้านบาท

เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบหนังสือเดินทาง พบว่าเดินทางเข้าประเทศไทยถูกต้องตามกฎหมาย และดำเนินคดีตามฐานความผิดที่เกี่ยวข้องต่อไป
ด้านนายปราณีต นาครราช อายุ 66 ปี เจ้าของรถกระบะ เปิดเผยว่า นางมุกแก้วและสามี เช่ารถตระเวนรับซื้อไส้เดือนตากแห้งในพื้นที่มานานกว่า 1 เดือน เชื่อว่านางมุกแก้ว น่าจะตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ส่วนสาเหตุที่กุเรื่องขึ้นมา น่าจะเพราะเกรงกลัวสามีชาวจีนซึ่งเป็นคนอารมณ์ร้อน และล่าสุดสามีนางมุกแก้ว ทราบเรื่องแล้ว และมีอาการโมโหอย่างมาก.



