สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 2 ก.ย. ว่านายพาน กงเซิ่ง ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน ( พีบีโอซี ) กล่าวต่อที่ประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางกลุ่มประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 แห่ง หรือ จี20 ที่เมืองแอชวิลล์ ในรัฐนอร์ทแคโรไลนาของสหรัฐ ว่าจีนไม่มีเจตนาที่จะสร้างความได้เปรียบดุลการค้าเกินดุลอย่างจงใจ แต่เน้นย้ำถึงนโยบายการขยายอุปสงค์ภายในประเทศและการเปิดกว้างทางการค้าสู่ระดับโลก


ทั้งนี้ ที่ประชุมจี20 สรุปผลการหารือเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งสมาชิกกลุ่มจี20 ส่วนใหญ่ “ยกเว้นจีน” เห็นพ้องให้ทุกประเทศยกเลิก “นโยบายที่ไม่เป็นไปตามกลไกตลาด” ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความไม่สมดุลทางการค้าโลก


อย่างไรก็ตาม ประเด็นความไม่สมดุลนี้ได้รับความสนใจอย่างมาก หลังจีนมียอดเกินดุลการค้าสูงเป็นประวัติการณ์เกือบ 1.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 39.88 ล้านล้านบาท ) เมื่อปี 2568 ส่งผลให้ชาติคู่ค้าเกิดความวิตกกังวลและเรียกร้องให้มีมาตรการปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศจากการทะลักเข้ามาของสินค้าจีน


ในการประชุมครั้งนี้ พานตอบโต้ด้วยการเสนอว่า ทุกประเทศจำเป็นต้องดำเนิน “การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” เพื่อแก้ไขปัญหาความไม่สมดุลทางการค้า โดยระบุว่าประเทศที่ขาดดุลควรลดการขาดดุลทางการคลังและเพิ่มอัตราการออม ส่วนประเทศที่เกินดุลควรส่งเสริมการบริโภคและการเติบโตของการลงทุนภายในประเทศ


นอกจากนี้ ผู้ว่าการพีบีโอซียังชี้ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความไม่สมดุลของเศรษฐกิจโลกทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มาจากลัทธิปกป้องทางการค้า การนำประเด็นความมั่นคงมาใช้ทางการเมืองทั่วไป และความไม่แน่นอนของนโยบายต่าง ๆ ซึ่งความตึงเครียดทางการค้าและลัทธิกีดกันเหล่านี้ ได้ฉุดรั้งเศรษฐกิจโลกด้วยการกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และบั่นทอนความคาดหวังของตลาดโดยรวม.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS