สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า อุปกรณ์เตือนภัยล่วงหน้าจะถูกติดตั้งที่ติมูเร ซึ่งเป็นชุมชนชายแดนในเขตราสุวะของเนปาล บนเส้นทางแม่น้ำเดียวกันกับชายแดนจีน ที่ธารน้ำแข็งเพิ่งถล่มลงมาจนทำให้เกิดกำแพงโคลน น้ำ และหินขนาดมหึมาไหลทะลักผ่านหุบเขา

อย่างไรก็ดี เนปาลยังไม่ได้ประกาศแผนอย่างเป็นทางการ แต่แหล่งข่าวระบุว่า ภูมิประเทศกำลังปรับตัวหลังจากเหตุการณ์ครั้งใหญ่ ซึ่งอาจทำให้เกิดดินถล่มเพิ่มขึ้นอีก

แหล่งข่าว 2 รายระบุว่า เป้าหมายสำคัญของแผนคือระบบดาวเทียมภาคพื้นดินที่มีขนาดเล็กมาก (Very Small Aperture Terminal) หรือวีเอสเอที เพื่อช่วยให้สถานีตรวจสอบยังคงเชื่อมต่ออยู่ แม้ในขณะที่เครือข่ายโทรศัพท์มือถือใช้งานไม่ได้ ทำให้สามารถตรวจจับอันตรายใหม่ ๆ และออกคำเตือนได้อย่างรวดเร็ว

พวกเขาเสริมว่า เนปาลมีเซ็นเซอร์และสถานีตรวจสอบ แต่ไม่ได้มีการตรวจสอบอย่างครอบคลุม โดยอธิบายถึงระบบเตือนภัยล่วงหน้าก่อนหน้านี้ที่จะส่งข้อความทุก ๆ 2-3 นาที แต่ถูกน้ำป่าเมื่อวันพุธ (26 ส.ค.) พัดพาไป ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้เมื่อระบบล้มเหลว

ในขณะนี้ กล้อง เซ็นเซอร์ และดาวเทียมวีเอสเอที จะถูกติดตั้งที่จุดเดียว โดยหน่วยงานบริหารจัดการความเสี่ยงและภัยพิบัติแห่งชาติของเนปาล และจะมีการติดตั้งเพิ่มเติมในภายหลัง โดยแหล่งข่าวเสริมว่า เจ้าหน้าที่ได้สำรวจพื้นที่โดยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อประเมินตำแหน่งการติดตั้งแล้ว

รอยเตอร์สรายงานว่า เหตุน้ำท่วมและดินถล่มเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เกิดขึ้นที่ด่านชายแดนเวลา 08.32 น. แต่ไม่มีการออกประกาศเตือนภัยสาธารณะจนกระทั่งเวลา 09.13 น.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS