สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี เพิ่มขึ้นเหนือระดับ 4.81% เมื่อช่วงเช้าของวันพุธตามเวลาท้องถิ่น นับเป็นระดับสูงสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 2566 และสูงกว่าจุดสูงสุดที่เคยทำไว้เมื่อเดือน ม.ค. 2568
อัตราผลตอบแทนพันธบัตรที่สูงขึ้นอาจลดความน่าสนใจของหุ้น และทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น แรงกดดันดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นพิเศษต่อบริษัทเทคโนโลยี ที่พึ่งพาการระดมทุนเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ)
ทั้งนี้ นักลงทุนกำลังประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อ ทิศทางอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง และความกังวลเกี่ยวกับการขาดดุลงบประมาณของรัฐบาล
JUST IN ????: U.S. 10-Year Yield hits 4.812%, the highest level since October 2023 ???? ???? pic.twitter.com/5C8XuXoUpp
— Barchart (@Barchart) September 2, 2026
ขณะเดียวกัน การออกหุ้นกู้จำนวนมากของบริษัทเอกชนเพื่อนำเงินไปลงทุนในโครงการเอไอ ยิ่งเพิ่มปริมาณพันธบัตรในตลาด สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยที่บริษัทต้องจ่ายสูงขึ้น และอาจกดดันมูลค่าหุ้นซึ่งซื้อขายอยู่ในระดับสูง
นักวิเคราะห์มองว่า นักลงทุนให้ความสำคัญกับผลกระทบของดอกเบี้ยขาขึ้นต่อเศรษฐกิจ และการประเมินมูลค่าหุ้นชั้นนำ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบสหรัฐซึ่งขยับเข้าใกล้ระดับ 90 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (ราว 2,968.43 บาท) ยังเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ
ภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรขาขึ้น จึงกลายเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อหุ้นกลุ่มเอไอและหุ้นเติบโตในระยะต่อไป และตลาดกำลังจับตาว่าแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินจะกระทบการลงทุนด้านเอไอ และทิศทางหุ้นสหรัฐมากเพียงใด.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



