สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 3 ก.ย. ว่าองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (ดับเบิลยูเอ็มโอ) เผยแพร่รายงานว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มทวีความรุนแรงต่อเนื่องไปจนถึงปี 2570
สถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ทั่วโลกต่อเนื่องถึงปีหน้า และมีความเป็นไปได้เกือบ 100% ที่เอลนีโญจะคงอยู่จนถึงเดือน ก.พ. 2570
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจากอุณหภูมิของมหาสมุทรแปซิฟิกที่อุ่นผิดปกติอย่างมาก และเอลนีโญที่มีความรุนแรงสูงสามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบฝนและอุณหภูมิทั่วโลกได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังอาจกระตุ้นให้เกิดภัยพิบัติจากสภาพอากาศรุนแรง เช่น ไต้ฝุ่น
????️ El Niño is firmly established and will intensify into a very strong event in the coming months. WMO forecasts show ~100% likelihood that it will persist through February 2027.
— World Meteorological Organization (@WMO) September 3, 2026
A very strong El Niño ≠ same impacts everywhere.
???? WMO El Nino Update: https://t.co/KUPq04jjkT pic.twitter.com/PAx1EZTCOH
นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) กล่าวว่า เอลนีโญกำลังทวีความรุนแรงขึ้น หลักฐานทางวิทยาศาสตร์บ่งชี้ชัดเจนว่า โลกกำลังเผชิญสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และน่านน้ำต่าง ๆ กำลังร้อนขึ้น
อนึ่ง เอลนีโญเป็นภาวะที่อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกฝั่งตะวันออกอุ่นขึ้น เนื่องจากลมสินค้าอ่อนกำลังลง ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติทุก 2-7 ปี และโดยทั่วไปกินเวลานานสูงสุดประมาณ 12 เดือน
ขณะเดียวกัน น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นยังมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น และเพิ่มโอกาสเกิดสภาพอากาศรุนแรง เนื่องจากน้ำทะเลที่อุ่นขึ้นจะถ่ายเทความร้อนและความชื้นเข้าสู่ชั้นบรรยากาศมากขึ้น ส่งผลให้พายุและคลื่นความร้อนบนแผ่นดินทวีความรุนแรง.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



