เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ที่สำนักงานธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.จักรรินทร์ อินแปลง ข้าราชการบำนาญ นายเกษม นาธงชัย ทนายความ นายวิรุฬห์วัจย์ แฝงจันดา นักธุรกิจ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนแห่งหนึ่ง เข้าพบ น.ส.ใกล้รุ่ง อื้อสกุล ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ เพื่อเรียกร้องให้สอบสวนตามอำนาจหน้าที่ พร้อมกับได้มอบหลักฐาน ประกอบด้วย เอกสารบันทึกการเข้าร้องทุกข์กับศูนย์ดำรงธรรมอำเภอกมลาไสย และเอกสารบันทึกการแจ้งความที่ สภ.กมลาไสย และเอกสารภาพถ่ายที่ถูกบันทึกไว้ได้โดยเครือข่ายศิษย์เก่า กรณี ผอ.โรงเรียนชื่อดังลักลอบตัดไม้ขายให้กับนายทุนจังหวัดแพร่ โดยธนารักษ์ได้รับทราบขอมูลและอธิบายทำความเข้าใจเกี่ยวกับขอบเขตอำนาจหน้าที่ ยืนยันว่าการตัดต้นไม้ภายในโรงเรียนทุกแห่งหรือสถานที่ราชการที่อยู่ในการกำกับดูแลของธนารักษ์ การตัดไม้ไม่สามารถกระทำได้โดยพลการ เพราะจะต้องทำหนังสือส่งธนารักษ์เพื่อขออนุญาตตัดทุกครั้ง จากนั้นธนารักษ์ก็จะส่งคำขอไปยัง อธิบดีกรมธนารักษ์ เพื่ออนุญาตเป็นกรณีไป แต่ในกรณีของโรงเรียนกมลาไสย ทางผู้บริหารสถานศึกษาไม่ได้ขออนุญาตในการตัด ถือว่าการตัดไม้ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามระเบียบของธนารักษ์

น.ส.ใกล้รุ่ง อื้อสกุล ธนารักษ์พื้นที่กาฬสินธุ์ กล่าวว่า จากกรณีที่มีการร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์และหนังสือจากคณะศิษย์เก่าโรงเรียนกมลาไสย ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบพบตอไม้ที่เพิ่งถูกตัดใหม่จำนวน 23 ต้น โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการขัดต่อระเบียบกรมธนารักษ์ ปี พ.ศ. 2560 ที่ระบุว่า การลิดรอนกิ่งเพื่อป้องกันอันตรายสามารถทำได้ตามความจำเป็น แต่หากจะตัดโค่นต้องขออนุญาตเป็นรายกรณี จากการสอบถามอาจารย์และครูในเบื้องต้นพบว่า ทางโรงเรียนได้ว่าจ้างบุคคลภายนอกให้มาตัดแต่งกิ่งเท่านั้น แต่ผู้รับจ้างกลับตัดโค่นต้นไม้ออกไปทั้งหมด ในกรณีนี้ทางโรงเรียนจึงถือเป็นผู้เสียหายโดยตรง ทั้งนี้ธนารักษ์ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษากาฬสินธุ์ เพื่อให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและกำชับการปฏิบัติตามระเบียบแล้ว พร้อมทั้งจะพิจารณาขอรับมอบอำนาจจากผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาฯ เป็นตัวแทนในการดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำความผิดต่อไป

นายเกษม นาธงชัย อาชีพทนายความ ตัวแทนศิษย์เก่าโรงเรียนดัง กล่าวว่า ได้รับคำตอบในระดับหนึ่งแต่ยังไม่ชัดเจนทั้งหมด เนื่องจากยังมีกระบวนการทำงานที่ผิดระเบียบอยู่ แม้ผู้อำนวยการโรงเรียนจะออกมาชี้แจงแล้ว แต่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ อย่างเป็นรูปธรรม การมาครั้งนี้กลุ่มศิษย์เก่าไม่ได้มีเจตนามาจับผิดใคร แต่ต้องการค้นหาความจริงเพื่อนำไปอธิบายให้ชุมชนและศิษย์เก่าท่านอื่นรับทราบ พร้อมเน้นย้ำว่าในปัจจุบันการหาแพะรับบาปเพื่อจบปัญหาทำได้ยาก เพราะทั้งสื่อมวลชนและกลุ่มศิษย์เก่ากำลังจับตามองเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด

ด้าน นายวิรุฬห์วัจย์ แฝงจันดา นักธุรกิจ ตัวแทนศิษย์เก่าอีกคน กล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อติดตามขั้นตอนการทำงานให้เป็นไปตามระบบระเบียบ โดยยอมรับว่ารู้สึกไม่สบายใจหากผู้กระทำผิดตัวจริงไม่ถูกลงโทษตามกระบวนการ จึงต้องการความชัดเจนว่าใครเป็นผู้ตัดต้นไม้และตัดเพื่อวัตถุประสงค์ใด เพื่อมุ่งเอาผิดเฉพาะผู้ที่กระทำผิดจริงเท่านั้น โดยไม่ต้องการให้เกิดผลกระทบต่อบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องและไม่ต้องการให้ชื่อเสียงของโรงเรียนต้องเสื่อมเสีย ทั้งนี้ การแก้ปัญหาจะต้องจัดการให้ตรงจุด เหมือนเวลาปวดหัวก็ต้องกินยาพารา และขอยืนยันว่าไม่ต้องการให้เกิดการจับแพะชนแกะเด็ดขาด

วันเดียวกันที่ สภ.กมลาไสย คณะศิษย์เก่าได้เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สภ.กมลาไสย ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดขอบคดี พร้อมนำพยานคนสำคัญ เอกสารภาพถ่ายคลิปชุดใหม่ ที่เป็นภาพสามารถระบุตัวบุคคลที่เข้าไปตัดไม้ภายในโรงเรียน มีหลักฐานพบรถสิบล้อบรรทุกไม้ที่ถูกตัดออกไปจำนวนมาก และมีบุคคลชายฉกรรจ์บุกตัดไม้ก่อนช่วยขนย้ายออกไปทั้งหมด

พ.ต.ท.นลิตร ทินภู รอง ผกก.สภ.กมลาไสย กล่าวว่า กรณีนี้ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้กำชับให้ทำคดีอย่างตรงไปตรงมา เบื้องต้นการสอบพยานบุคคลสามารถสอบไปได้พอสมควร ที่แต่ละคนที่เป็นเครือข่ายศิษย์เก่าได้นำหลักฐานการตัดเป็นรูปภาพมาส่งให้ ก็จะมีการสอบปากคำก่อนที่จะสรุปสำนวนส่งไปยังหัวหน้าพนักงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อพิจารณาสำนวน คาดว่าหากสอบสวนแล้วเสร็จจะสามารถส่งให้ ป.ป.ช. ได้ภายใน 30 วัน

แหล่งข่าวระบุว่าการติดตามความเคลื่อนไหวในขณะนี้ จากหลักฐานที่ศิษย์เก่าทยอยรวบรวมส่งเข้ามาและส่งต่อไปยังตำรวจ แต่ในส่วนของหน่วยงานรัฐอื่นๆ กลับทำงานล่าช้า โดยเฉพาะที่ สพม.กาฬสินธุ์ ที่ดูแลสอบสวนวินัยบุคลากร นอกจากคำสั่งย้าย ผอ.โรงเรียนไปทำงานที่ สพม.กาฬสินธุ์ แล้ว ก็ยังมีอีก 2 คนที่เป็น รอง ผอ.โรงเรียน และครูอีกหนึ่งคน ที่ถูกตั้งข้อสังเกตอาจถูกเชื่อมโยงไปด้วยอย่างไม่เป็นธรรม เพราะขณะนี้มีการวิ่งเต้นเพื่อโยนความผิดให้คนอื่น ศิษย์เก่าทุกคนยืนยันจะติดตามผลการสอบสวนจากคณะกรรมการ สพม.กาฬสินธุ์ อย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะสิ่งที่ต้องการคือความเป็นธรรมให้กับโรงเรียนและความเป็นธรรมให้กับบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง ใครผิดก็ต้องถูกลงโทษ