เมื่อเวลา 11.37 น. วันที่ 9 ก.ย. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดการมลพิษทางน้ำเนื่องจากน้ำมันและเคมีภัณฑ์ ครั้งที่ 1/2569 หลังเกิดเหตุน้ำมันรั่วบริเวณจุดท่อระบายน้ำ ใต้ทางด่วนถนนเชื้อเพลิง พื้นที่คาบเกี่ยวเขตคลองเตย-ยานนาวา ว่า วันนี้เป็นการประชุมนัดแรกของการดูแลควบคุมมลพิษทางน้ำ ซึ่งเป็นการประชุมร่วมกับคณะกรรมการ และผู้ทรงคุณวุฒิชุดเดิม ที่จากนี้จะขอต่ออายุโดยทำเรื่องไปยังสำนักนายกรัฐมนตรีอีก 2 ปี และยังมีเรื่องสำคัญคือการตั้งคณะอนุกรรมการ 3 ด้าน โดยจะมีการนัดประชุมอีกครั้งในอีก 3 เดือนข้างหน้า

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่มีน้ำมันรั่วไหล ได้ประสานไปยังกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้ได้ข้อมูลเรื่องน้ำมันที่รั่วไหลนั้นมาจากไหน รวมถึงที่มาว่าใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ และต้องไปตรวจสอบว่ามีการไหลซึมลงชั้นดินหรือไม่ ซึ่งหากลงใต้ดินจะเป็นอุปสรรค โดยตนจะลงพื้นที่ตรวจสอบ และติดตามความคืบหน้า และจากนั้นจะนัดแถลงข่าวข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากพบว่าผู้ประกอบการรายใดเป็นผู้รับผิดชอบ 

เมื่อถามถึงกรอบระยะเวลา นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เราได้ตั้งคณะอนุฯ มา 3 ด้านแล้ว ซึ่งคณะอนุกรรมการเหล่านี้จะพิจารณาทั้งในเรื่องของการเผชิญเหตุ การจ่ายค่าเสียหาย ค่าตอบแทนต่าง ๆ ซึ่งหลังจากการประชุมในคณะอนุฯ เสร็จแล้วจะนำเข้าที่ประชุมใหญ่เพื่อกำหนดกรอบและหน้าที่การทำงานที่ชัดเจน 

เมื่อถามถึงกรณีพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นใน ที่พบการสร้างตึกดาต้าเซ็นเตอร์และการกักตุนน้ำมันถึง 2 แสนลิตร จะสามารถเข้าไปควบคุมหรือป้องกันในส่วนใดได้บ้าง นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพลังงาน และ กทม.จะเข้าไปดูแลในส่วนนี้ แต่คณะกรรมการจัดการมลพิษทางน้ำจะเป็นผู้กำกับดูแลหน่วยงานเมื่อเผชิญเหตุในแต่ละด้าน โดยจะรับผิดชอบเฉพาะเมื่อเกิดเหตุ ทั้งนี้ หากเกิดการรั่วไหลของปิโตรเลียมหรือสารเคมี และก่อให้เกิดอันตรายรวมถึงความเสียหาย คณะกรรมการจะเป็นผู้รวบรวมผู้ที่ได้รับความเสียหายและดำเนินการในส่วนนี้.