วานนี้ (8 ก.ย.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานผลงานวิจัยที่นำเสนอในงานวิจัยล่าสุดที่นำเสนอในงานประชุมสมาคมโรคหัวใจแห่งยุโรปปี 2026 (ESC Congress 2026) ซึ่งเปิดเผยข้อบ่งชี้ว่า “ไซลิทอล” (Xylitol) สารให้ความหวานพลังงานต่ำที่มักใช้ผสมในอาหารแปรรูป เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เช่น หมากฝรั่งดับกลิ่นปาก เพื่อแทนที่น้ำตาลและลดปัญหาฟันผุ อาจมีความสัมพันธ์กับอัตราความเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นของการเกิดภาวะวิกฤตทางระบบหัวใจและหลอดเลือด เช่น โรคหัวใจวาย และโรคหลอดเลือดสมอง 

ดร. มาร์โค วิตคอฟสกี จากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยชาริเต เมืองเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี หัวหน้าทีมวิจัย ระบุว่า กรณีศึกษาหลายโครงการก่อนหน้านี้พบว่า ไซลิทอลส่งผลให้เกล็ดเลือดจับตัวเป็นลิ่มเลือดได้ง่ายขึ้น 

ส่วนผลวิจัยครั้งนี้โดยการศึกษานี้ได้ติดตามกลุ่มตัวอย่างประชากรทั่วไปรวม 17,710 คน อายุเฉลี่ยราว 60.9 ปีในอเมริกาเหนือและยุโรป ผ่านโครงการวิจัยระยะยาว 2 ฉบับ คือ CLSA (Canadian Longitudinal Study on Aging) ซึ่งมีการติดตามผล 6 ปี  European Prospective Investigation into Cancer (EPIC)-Norfolk ซึ่งมีการติดตามผลยาวนานถึง 30 ปี โดยได้ปรับปัจจัยเสี่ยงเดิมออกแล้ว เช่น อายุ การสูบบุหรี่ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง จากนั้นก็แบ่งกลุ่มตัวอย่างออกเป็น 4 กลุ่ม ตามระดับของไซลิทอลที่พบในพลาสมาของเลือด 

ผลการศึกษาสรุปว่า ผู้ที่มีระดับสารไซลิทอลในพลาสมาของเลือดสูงสุด มีความเสี่ยงต่อภาวะวิกฤตทางหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงการเสียชีวิต สูงกว่าผู้ที่มีระดับไซลิทอลต่ำสุดอย่างมีนัยสำคัญ โดยกลุ่มศึกษา CLSA พบความเสี่ยงสูงกว่าถึง 57% ขณะที่กลุ่มศึกษา EPIC-Norfolk พบความเสี่ยงสูงกว่า 18% ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายิ่งมีระดับไซลิทอลในเลือดสูง อัตราการเกิดโรคหัวใจวายและหลอดเลือดสมองก็ยิ่งเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

ศาสตราจารย์ ดร.นพ. สแตนลีย์ เฮเซน จากคลีฟแลนด์คลินิก รัฐโอไฮโอ ให้ความเห็นว่า สารในกลุ่ม “น้ำตาลแอลกอฮอล์” (สารให้ความหวานที่มีโครงสร้างทางเคมีผสมกันระหว่างโมเลกุลของ น้ำตาล และ แอลกอฮอล์ แต่ ไม่มีแอลกอฮอล์ที่ทำให้เมา) อย่างไซลิทอลและอิริทริทอลอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ปลอดภัยในการทดแทนน้ำตาล เพราะมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่า สารเหล่านี้กระตุ้นการเกาะตัวของเกล็ดเลือดจนทำให้เกิดลิ่มเลือดอุดตัน 

ด้าน นานแพทย์เฉินเฉิงฮั่น อายุรแพทย์หัวใจ ก็แนะนำให้ประชาชนหันมาบริโภคความหวานจากธรรมชาติ เช่น ผลไม้สด ซึ่งมีไฟเบอร์และสารอาหารที่มีประโยชน์ และแม้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะมีประโยชน์ต่อผู้ป่วยเบาหวานในการคุมระดับน้ำตาลในเลือดระยะสั้น แต่การบริโภคสารสังเคราะห์ในปริมาณมากก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพหัวใจในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม คณะผู้เชี่ยวชาญย้ำว่าการศึกษานี้เป็นเพียง “การสังเกตเชิงระบาดวิทยา” ที่ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคและสารให้ความหวานดังกล่าว แต่ยังไม่ได้มีการพิสูจน์ว่า สารเหล่านี้เป็นสาเหตุโดยตรงของโรค จึงยังจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมและทดลองทางคลินิกเพื่อยืนยันผลกระทบเชิงสาเหตุต่อไป

เรียบรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

ที่มา : medicalnewstoday.com

เครดิตภาพ :  Adrian from Pixabay