Apple ประกาศเปิดตัว iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ซึ่งมาพร้อมระบบกล้องระดับ Pro ที่ล้ำหน้าที่สุดใน iPhone รวมถึงแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้นแบบก้าวกระโดดครั้งใหญ่ และประสิทธิภาพที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ยิ่งกว่านั้นกล้อง Fusion Main 48MP ใหม่ยังมาพร้อมรูรับแสงที่ปรับได้ ซึ่งช่วยให้ควบคุมการสร้างสรรค์ได้ในแบบที่ไม่เคยทำได้มาก่อน และตัวควบคุมระดับ Pro ใหม่ที่ให้ผู้ใช้ปรับแต่งประสบการณ์ในแอปกล้องได้ตามต้องการ
และทั้งสองรุ่นยังมาพร้อม Dynamic Island ที่เล็กลงและมีประโยชน์ยิ่งขึ้น รวมถึงชิป A20 Pro และ Vapor Chamber เจเนอเรชั่นถัดไปที่ช่วยรีดประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องได้สูงสุดเท่าที่ iPhone เคยมีมา นอกจากนี้ iPhone 18 Pro Max ยังมีแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานที่สุดเท่าที่เคยมีมาใน iPhone ซึ่งเกิดขึ้นจากความก้าวหน้าที่เกิดขึ้นใน Apple Silicon และแบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น
Greg Joswiak รองประธานอาวุโสฝ่าย Worldwide Marketing ของ Apple กล่าวว่า นี่คือกลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับโปรที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยสร้างมา ด้วยความล้ำหน้าในด้านกล้อง ประสิทธิภาพ และแบตเตอรี่ และเราไม่ได้แค่พัฒนาแต่ละด้านทีละเล็กน้อย แต่ยังมีการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ด้วย iPhone 18 Pro ช่วยให้ทุกคนสามารถถ่ายภาพและวิดีโอที่สวยงามน่าทึ่งได้ง่ายๆ โดยใช้รูรับแสงที่ปรับได้ และยังช่วยให้ครีเอเตอร์ใช้งานได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ในขณะที่มือโปรก็สามารถควบคุมได้ละเอียดขึ้น ยิ่งเมื่อรวมกับการอัปเกรดที่เหนือชั้นของคุณสมบัติสไตล์ภาพถ่ายและความสามารถด้านวิดีโออันทรงพลังด้วยแล้ว iPhone 18 Pro จึงปลดล็อควิธีใหม่ๆ ให้ผู้ใช้ได้ถ่ายทอดความเป็นตัวเองอย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน

ระบบกล้องสุดล้ำทั้งภาพถ่ายและวิดีโอ
กล้องหลัก Fusion 48MP ใหม่พร้อมรูรับแสงแบบปรับได้เป็นกล้องที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่ Apple เคยรังสรรค์มา โดยเป็นการนำการควบคุมรูรับแสงมาอยู่บน iPhone เป็นครั้งแรก พร้อมด้วยการควบคุมด้านการสร้างสรรค์ที่มากยิ่งขึ้น ใบเบลดที่ตัดด้วยเลเซอร์ 6 ชิ้นทำงานอย่างลื่นไหลเพื่อเปลี่ยนขนาดรูรับแสง จึงทำให้การถ่ายช็อตสุดสวยกลายเป็นเรื่องง่ายอย่างเหลือเชื่อ โดยจะมีการปรับระยะชัดลึกและการรับแสงให้เองโดยอัตโนมัติ
ซึ่งเมื่อรวมกับเซ็นเซอร์ใหม่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพของภาพแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือภาพถ่ายในสภาวะแสงน้อยที่มีคุณภาพสูงขึ้น รายละเอียดของพื้นหลังที่คมชัดขึ้นในภาพหมู่ และช็อตที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้รูรับแสงที่ปรับได้ยังช่วยให้ครีเอทีฟมือโปรควบคุมได้มากขึ้น โดยสามารถปรับแต่งการตั้งค่ารูรับแสงทั้ง 4 ค่าด้วยตัวเองในแอปกล้อง และยังมี API สำหรับนักพัฒนาเพื่อให้ควบคุมช่วงรูรับแสงในแอปได้ละเอียดยิ่งขึ้น

กล้องหลักมาพร้อมกระบวนการประมวลผลภาพเชิงคำนวณใหม่ที่ถ่ายทอดภาพได้คมชัดและมีรายละเอียดมากขึ้น รวมถึงคุณสมบัติสไตล์ภาพถ่ายที่ดียิ่งขึ้นพร้อมการควบคุมใหม่สำหรับพื้นผิวและเกรน ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้ปรับสไตล์ได้ละเอียดขึ้นอย่างที่ต้องการ และควบคุมการสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ยิ่งกว่าเดิม ส่วนความสามารถด้านวิดีโอชั้นแนวหน้าของอุตสาหกรรมก็อเนกประสงค์ยิ่งขึ้นไปอีกโดยสามารถใส่เอฟเฟ็กต์ภาพยนตร์หลังจากถ่ายวิดีโอไปแล้ว ซึ่งทำได้สูงสุดที่เฟรมเรต 60 fps และผู้ใช้สามารถบันทึกวิดีโอ HDR ในแบบ Dolby Vision และระดับ 4K ในโหมดไทม์แลปส์ได้แล้วด้วย ยิ่งกว่านั้นคุณสมบัติการผสมเสียงยังมีอัลกอริทึมใหม่ที่ทำให้เสียงพูดมีคุณภาพสูงขึ้นและสามารถแยกเสียงเพลงได้ด้วย
ตัวควบคุมระดับ Pro คือประสบการณ์ใหม่ที่ปรับแต่งได้ในแอปกล้องสำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงการตั้งค่าที่ใช้บ่อยได้ง่ายยิ่งกว่าที่เคย และมาพร้อมตัวเลือกใหม่ๆ สำหรับการควบคุมด้วยตนเอง และตอนนี้ผู้ใช้ยังสามารถปรับค่าต่างๆ อย่างรูรับแสงของเลนส์ ความเร็วชัตเตอร์ และไวท์บาลานซ์ หรือใช้ฮิสโตแกรมเพื่อตรวจสอบระดับแสงทั่วทั้งภาพได้
Dynamic Island ที่มีประโยชน์ยิ่งขึ้น
Dynamic Island ได้รับการออกแบบใหม่โดยใช้เทคโนโลยีจอภาพสุดล้ำเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการแสดงข้อมูลเพิ่มเติม โดย Dynamic Island ที่อัปเกรดใหม่สามารถแสดงกิจกรรมสดได้พร้อมกันสูงสุด 3 กิจกรรม และยังคงใช้งาน Face ID เพื่อปลดล็อค iPhone 18 Pro ได้อย่างปลอดภัย รวมถึงการยืนยันตัวตนเมื่อซื้อสินค้า ลงชื่อเข้าแอป และอีกมากมาย

ชิป A20 Pro ประสิทธิภาพระดับ Pro และ AI
ชิป A20 Pro สร้างขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีกระบวนการผลิต 2 นาโนเมตรล่าสุด ซึ่งเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการประมวลผลบนมือถือ โดย CPU แบบ 6-core ใหม่ที่มี่ Neural Accelerators ในตัว มีแบนด์วิดท์หน่วยความจำมากกว่าชิป A19 Pro ถึง 50% ทำให้มีความเร็วเหนือกว่าคู่แข่ง ในขณะที่ดีไซน์ของ GPU แบบ 7-core แบบใหม่เร็วขึ้นกว่าชิป A19 Pro สูงสุดถึง 40% เรียกได้ว่าเป็นการอัปเกรดครั้งสำคัญสำหรับการเรนเดอร์กราฟิก
และชิป A20 Pro ยังมาพร้อม Neural Engine 16-core แบบคู่ใหม่ ซึ่งช่วยเร่งความเร็วให้กับโมเดล AI บนอุปกรณ์และการประมวลผลภาพถ่ายเชิงคำนวณ โดยมีคอร์รวมทั้งหมด 32 คอร์ ทำให้มีพลังการประมวลผลด้าน AI มากกว่าชิป A19 Pro ถึง 2 เท่า และการอัปเกรดครั้งใหญ่ในทุกๆ ด้าน ทำให้ชิป A20 Pro เป็นขุมพลังอันน่าทึ่งที่สามารถขับเคลื่อนทุกอย่าง ตั้งแต่เวิร์กโหลดด้าน AI ที่ล้ำหน้ายิ่งขึ้นบนอุปกรณ์ ไปจนถึงเกมที่ประมวลผลหนักๆ และออกแบบมาเพื่อมอบประสิทธิภาพที่เหนือชั้นไปอีกนานหลายปี
ทั้งสองรุ่นมาพร้อมชิประบบเครือข่ายไร้สาย N1 ที่ออกแบบโดย Apple จึงสามารถเชื่อมต่อกับ Wi-Fi 7, Bluetooth 6 และ Thread ได้ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มาพร้อม C2 ซึ่งเป็นระบบโมเด็มระบบเซลลูลาร์เจเนอเรชั่นถัดไปของ Apple ที่ยกระดับคุณภาพและความเสถียรของระบบเซลลูลาร์ให้ดียิ่งขึ้นด้วยพลังของ AI โดย C2 สามารถอัปโหลดข้อมูลได้เร็วขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับ C1X แต่ใช้พลังงานน้อยลงถึง 15%

ระบบจัดการความร้อนใหม่
ชิป A20 Pro ใช้การบรรจุแพ็คเกจแบบเฉพาะที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Apple Silicon ตระกูล M โดยการนำแผ่นวงจรของชิปมาวางข้างหน่วยความจำ ทำให้หน่วยความจำไม่ไปขวางเส้นทางการถ่ายเทความร้อนของชิปอีกต่อไป และช่วยให้ชิป A20 Pro สามารถติดเข้ากับ Vapor Chamber เจเนอเรชั่นถัดไปได้โดยตรง นอกจากนี้ยังใช้วัสดุใหม่และมีพื้นที่ผิวมากขึ้นถึง 3 เท่าเมื่อเทียบกับใน iPhone 17 Pro รุ่นก่อนหน้า ทำให้ Vapor Chamber ที่ออกแบบใหม่สามารถยกระดับประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องให้สูงขึ้นได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า และยังเป็นประสิทธิภาพการทำงานต่อเนื่องที่สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมาอีกด้วย
แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น
iPhone 18 Pro มาพร้อมแบตเตอรี่ที่ใช้งานได้นานขึ้น โดยสามารถเล่นวิดีโอได้สูงสุด 34 ชั่วโมงบน iPhone 18 Pro และสูงสุด 43 ชั่วโมงบน iPhone 18 Pro Max นอกจากนี้ iPhone 18 Pro ยังสามารถชาร์จได้สูงสุด 50% ในประมาณ 15 นาที หรือชาร์จไร้สายได้สูงสุด 50% ใน 30 นาที
และสำหรับ iPhone 18 Pro Max นั้น การชาร์จผ่านสายเพียง 5 นาที จะทำให้สามารถเล่นวิดีโอได้นานประมาณ 7 ชั่วโมง และใช้งานได้นานสูงสุด 29 ชั่วโมงเมื่อชาร์จเต็ม โดยอ้างอิงจากโมเดลการใช้งานแบตเตอรี่แบบใหม่ที่ใช้ข้อมูลในชีวิตจริง

มาพร้อมกับ iOS 27
iOS 27 มาพร้อมการปรับปรุงอีกมากมายหลายด้าน ซึ่งทำให้ iPhone ตอบสนองได้ฉับไวยิ่งขึ้น เสถียรมากขึ้น และใช้งานง่ายมากขึ้น รวมถึงการปรับแต่งดีไซน์ของซอฟต์แวร์ และยังเพิ่มตัวเลือกในการปรับแต่งหน้าตาของ Liquid Glass อีกด้วย
สำหรับ iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max มีให้เลือกใน 4 สีสันที่เรียบหรู ได้แก่ สีดำ สีเงิน สีธารน้ำแข็ง และสีเบอร์กันดีแบบใหม่หมด เปิดสั่งซื้อล่วงหน้าเริ่มตั้งแต่วันเสาร์ที่ 12 กันยายน และจะเริ่มวางจำหน่ายในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน

ราคาและการวางจำหน่าย
- iPhone 18 Pro และ iPhone 18 Pro Max จะวางจำหน่ายในรุ่นความจุ 256GB, 512GB, 1TB และ 2TB iPhone 18 Pro มีให้เลือกทั้งสีเบอร์กันดี สีธารน้ำแข็ง สีเงิน และสีดำ ราคาเริ่มต้นที่ 48,900 บาท และ iPhone 18 Pro Max 256GB ราคาเริ่มต้นที่ 52,900 บาท



