เมื่อวันที่ 10 ก.ย. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภา นัดพิเศษ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาแล้วเสร็จในวาระสอง ในการพิจารณามาตรา 33 งบประมาณรายจ่ายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก กล่าวว่า การจัดทำงบประมาณปี 2570 มีการปรับรูปแบบจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจใหม่ ให้กระจายเป็นธรรมมากขึ้น โดยสำนักงบประมาณได้นำข้อเสนอแนะจากสภาไปปรับปรุง โดยเฉพาะโครงการขนาดเล็กต่ำกว่า 500,000 บาท ที่เคยลงไปใน อบต.และเทศบาลจำนวนมาก ปีนี้ลดลงอย่างชัดเจน เพื่อไม่ให้งบถูกซอยเป็นรายการเล็กกระจัดกระจายเหมือนเดิม

นายกรวีร์ กล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญคือการกระจายงบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เกือบทั่วประเทศ จากทั้งหมดกว่า 7,000 แห่ง มีเพียงหลักสิบแห่งเท่านั้นที่ไม่ได้รับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ขณะเดียวกัน ยังลดปัญหางบกระจุกตัวในบางท้องถิ่น จากเดิมบางแห่งเคยได้รับปีละ 70-80 ล้านบาท ขณะที่บางแห่งได้เพียงไม่กี่ล้านบาท ปีนี้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงบประมาณได้ปรับวิธีจัดสรรให้สมดุลขึ้น

นายกรวีร์ กล่าวว่า หลักเกณฑ์สำคัญอีกเรื่องคือการนำเงินสะสมของ อปท.แต่ละแห่งมาประกอบการพิจารณาด้วย หากท้องถิ่นใดมีเงินสะสมมาก การจัดสรรเงินอุดหนุนจากส่วนกลางก็จะลดลงตามสัดส่วน เพื่อให้เงินแผ่นดินไปถึงพื้นที่ที่มีความจำเป็นมากกว่า

นายกรวีร์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีสมาชิก สส. ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องไฟนวัตกรรม กรรมาธิการงบประมาณไม่ได้รังเกียจนวัตกรรม เพราะบางพื้นที่ทุรกันดาร หากขยายไฟฟ้าต้องลงทุนสูงหลายแสนหรือหลักล้านบาท ไฟนวัตกรรมอาจเป็นทางเลือกที่ประหยัดกว่า แต่หากพื้นที่ใดมีทางเลือกอื่นที่ถูกกว่าและคุ้มค่ากว่า กรรมาธิการก็พิจารณาปรับลด พร้อมชี้ว่าการยกเลิกไฟนวัตกรรมทั้งหมดต้องเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพราะเป็นมติ ครม.ตั้งแต่ปี 2558

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า สำหรับเครื่องกำจัดขยะ อนุกรรมาธิการตรวจสอบเกือบทั่วประเทศ หากท้องถิ่นใดตอบเหตุผลความจำเป็นไม่ได้ ก็ปรับลดเกือบทั้งหมด เหลือเฉพาะพื้นที่ที่ชี้แจงได้ชัด เช่น มีตลาด สวนสาธารณะรองรับปุ๋ย หรือเป็นพื้นที่เกาะห่างไกล