เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยกรณีนายวีระ สมความคิด หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายกฎหมาย เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน พร้อมคณะ ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณและการจัดซื้อจัดจ้างของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในช่วงปี 2566-2568 ว่า จากการสอบถามผู้รับเรื่อง ทราบว่าเป็นการร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้งบประมาณในอดีต รวมถึงมีประเด็นเกี่ยวกับบุคลากร ซึ่งต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งกระบวนการจัดทำงบประมาณนั้น มีการกลั่นกรองหลายขั้นตอน ทั้งผ่านสำนักงบประมาณ คณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการ รวมถึงการพิจารณาของรัฐสภาในวาระ 2 และวาระ 3 ก่อนที่จะออกมาเป็นงบประมาณรายจ่ายประจำปี ดังนั้นรายละเอียดและข้อร้องเรียนต่างๆ ต้องตรวจสอบเป็นรายกรณี

รมว.ศธ.กล่าวต่อไปว่า ส่วนประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์และแบตเตอรี่สำรองไฟในสถานศึกษานั้น เท่าที่ตนได้รับรายงานทราบว่า โดยหลักโรงเรียนมีการเรียนการสอนในช่วงกลางวัน หากระบบสามารถจ่ายพลังงานจากแผงเข้าสู่ระบบไฟฟ้าโดยตรงในช่วงเวลาที่มีการใช้งาน ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่สำรองไฟในช่วงกลางคืน อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวต้องพิจารณาตามข้อเท็จจริงและหลักวิศวกรรมของแต่ละโครงการ สำหรับประเด็นร้องเรียนในเรื่องนี้จะกระทบต่อการบริหารงานหรือการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารศธ.ด้วยหรือไม่นั้น ตนเห็นว่าการพิจารณาโยกย้ายมีองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ได้พิจารณาจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง และกรณีใดที่มีข้อกล่าวหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องแยกพิจารณาตามข้อเท็จจริงและกระบวนการที่เกี่ยวข้อง