เมื่อวันที่ 11 ก.ย. ที่ผ่านมา ณ Wangjing Culture Plaza เขตเหยียนชิ่ง กรุงปักกิ่ง วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra: TPO) สังกัดวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผนึกกำลัง สภาวัฒนธรรมไทย–จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้วงการดนตรีไทย ด้วยการเป็นวงออร์เคสตราไทยวงแรกที่ได้ขึ้นบรรเลงบนเวทีคอนเสิร์ตกลางแจ้ง ริมกำแพงเมืองจีน ด่านปาต๋าหลิ่ง ภายใต้คำเชิญของ China International Cultural Communication Center (CICCC)

การแสดงจัดขึ้นสองรอบ ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน โดยแต่ละรอบสอดแทรกกลิ่นอายไทยผ่านบทเพลง “โหมโรงขวัญเมือง” “จีนขิมใหญ่” “ศรีอยุธยา” และ “ม้าโย่งเถา” ผลงานของ ประทีป สุพรรณโรจน์ พร้อมการเดี่ยวระนาดเอกโดย พารณ ยืนยง ที่ผสานเสียงเครื่องดนตรีไทยโบราณเข้ากับวงออร์เคสตราสากลเต็มรูปแบบ สลับกับบทเพลงคลาสสิกระดับโลกอย่าง Swan Lake, Carmen และ Pictures at an Exhibition ก่อนปิดท้ายทั้งสองรอบด้วยเพลง I Love You, China ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้องจากผู้ชมชาวจีน

จุดที่สร้างความประทับใจสูงสุดคือ ช่วงที่เสียง “ระนาดเอก” ไทยไต่ระดับไคลแมกซ์เข้ากับเครื่องสายและเครื่องเป่าตะวันตก พิสูจน์ให้เห็นว่าดนตรีไทยสามารถสื่อสารข้ามพรมแดนภาษาได้โดยไม่ต้องพึ่งคำแปลใดๆ

นายพินิจ จารุสมบัติ ประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ระบุว่า ศิลปะคือ สะพานเชื่อมคนรุ่นใหม่ของสองชาติได้ดีที่สุด เพราะก้าวข้ามข้อจำกัดทางภาษา พร้อมกล่าวว่าการนำ “ระนาด” มาบรรเลง ณ กำแพงเมืองจีน สัญลักษณ์แห่งอารยธรรมโลก ยิ่งตอกย้ำความลึกซึ้งของสายสัมพันธ์วัฒนธรรมไทย-จีน และย้ำว่าเป้าหมายที่แท้จริงคือ การให้คนรุ่นใหม่ใช้ศิลปะสร้างอนาคตร่วมกัน

ด้าน นายฉัตรชัย วิริยะเวชกุล เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวเสริมว่า ดนตรีคือภาษาสากลที่เชื่อมโยงหัวใจผู้คน และเสียงดนตรีไทยที่ดังขึ้นในปักกิ่งวันนี้ คือเสียงแห่งมิตรภาพที่ทำให้สองประชาชาติใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น

งานนี้มีคณะผู้แทนไทยระดับสูงร่วมคณะ อาทิ คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการวง TPO, รศ.ดร.สิทธิวัฒน์ เลิศศิริ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล และ ดร.ปิยวัฒน์ หลุยลาภประเสริฐ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองประธานสภาวัฒนธรรมฯ โดยฝ่ายจีนนำโดย นายหลง หยิ่วเสียง ประธานบริหารศูนย์เผยแพร่วัฒนธรรมระหว่างประเทศแห่งจีน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

จากกำแพงที่ครั้งหนึ่งถูกสร้างเพื่อปกป้องอารยธรรม วันนี้ได้กลายเป็น “สะพานแห่งเสียงดนตรี” ที่เชื่อมโยงหัวใจไทย-จีนเข้าด้วยกัน สะท้อนนัยสำคัญว่า หากอดีต 51 ปีไทยและจีนผูกสัมพันธ์ด้วยการทูตและเศรษฐกิจ นับจากนี้ไป “วัฒนธรรม” จะเป็นพลังใหม่ที่เชื่อมประชาชนสองแผ่นดินให้แนบแน่นยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา.





