เมื่อวันที่ 14 ก.ย. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงนามในคำสั่งจัดตั้ง “ศูนย์อำนวยการติดตามสถานการณ์และแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ” โดยมีนายวัชระพล ขาวขำ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯเพื่อบูรณาการความร่วมมือจาก 29 หน่วยงาน และกำหนดประชุมร่วมกันครั้งแรกในวันที่ 16 ก.ย.นี้ เพื่อยกระดับการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำเป็นวาระแห่งชาติ เนื่องจากปัญหาดังกล่าวมีความสำคัญต่อความหลากหลายทางชีวภาพ ความสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ ความมั่นคงทางอาหาร และความมั่นคงในอาชีพของเกษตรกรและประชาชนจึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือในระดับประเทศ เพื่อควบคุมการแพร่ระบาด ป้องกันการขยายพื้นที่ และฟื้นฟูทรัพยากรอย่างต่อเนื่อง

โดยการยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ คือ การกำหนดให้การแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำเป็นภารกิจร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้เป้าหมาย และแผนปฏิบัติการที่เชื่อมโยงกันตั้งแต่ระดับนโยบายถึงระดับพื้นที่ ครอบคลุมทั้งด้านวิชาการ กฎหมาย งบประมาณ การเฝ้าระวัง และการปฏิบัติการ เพื่อให้สามารถจัดการปัญหาที่เชื่อมโยงกันระหว่างแหล่งน้ำและข้ามเขตจังหวัดได้อย่างเป็นระบบ พร้อมให้ความสำคัญกับการติดตามผลที่สะท้อนการลดการแพร่ระบาดและการคลี่คลายความเดือดร้อนของประชาชน และเป้าหมายของการดำเนินงานระดับชาติครั้งนี้ คือ การหยุดยั้งการขยายตัวของปัญหา ลดผลกระทบต่ออาชีพ รายได้ของประชาชน และรักษาฐานทรัพยากรสัตว์น้ำของประเทศในระยะยาว ซึ่งศูนย์ฯนี้ จะเป็นกลไกประสานความร่วมมือระหว่างหน่วยงานด้านการเกษตร การบริหารพื้นที่ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เศรษฐกิจ กฎหมาย และงบประมาณ ตลอดจนภาคเอกชน โดยมีหน้าที่จัดทำแผนปฏิบัติการ พิจารณามาตรการและโครงการ ให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการและกฎระเบียบ รวมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

สำหรับการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนั้น นายวัชระพล มีกำหนดหารือกับคณะทำงาน ในวันที่ 15 ก.ย. เพื่อพิจารณาแนวทางประยุกต์ใช้เทคโนโลยีจากต่างประเทศ ในการจำแนกและควบคุมปลาชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว ยังอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจำเป็นต้องประเมินประสิทธิผล ความเหมาะสมกับแหล่งน้ำของไทย และความปลอดภัยต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่น และระบบนิเวศอย่างรอบคอบก่อนนำมาใช้

ทั้งนี้กระทรวงเกษตรฯ เตรียมเพิ่มความเข้มข้นของ 7 มาตรการในพื้นที่ที่พบการแพร่ระบาด 21 จังหวัด ได้แก่ การเร่งจับและกำจัด การใช้ปลาผู้ล่าควบคุมประชากร การแปรรูปและใช้ประโยชน์ การเฝ้าระวังแหล่งน้ำใหม่ การส่งเสริมความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน การใช้นวัตกรรมและงานวิจัยสนับสนุนการจัดการ ตลอดจนการฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำและระบบนิเวศภายหลังการกำจัดในพื้นที่