สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงลอนดอน ประเทศสหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 15 ก.ย. ว่า นายแจ็ก คลาร์ก หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแอนโทรปิก กล่าวในการสนทนาพิเศษกับบีบีซี ว่าบริษัทพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ ( เอไอ ) อาจต้องถูกกำหนดให้มี “สวิตช์สังหาร” ( Kill Switch ) ที่สามารถปิดระบบเอไอได้ทันที หากพบว่ามีความเสี่ยงร้ายแรง


คลาร์กกล่าวว่า บริษัทเอไอส่วนใหญ่ รวมถึงแอนโทรปิก ต่างมีวิธีหยุดการทำงานของระบบอยู่แล้ว แต่ในอนาคตอาจจำเป็นต้องมีกฎบังคับให้บริษัทต่าง ๆ ต้องมีมาตรการดังกล่าว และเปิดทางให้บุคคลที่สามเข้ามาตรวจสอบได้


ข้อเสนอนี้มีขึ้นท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการพัฒนาเอไออย่างรวดเร็ว หลังนักวิจัยและผู้บริหารในอุตสาหกรรมบางส่วนเตือนว่า หากไม่มีการควบคุมที่เหมาะสม เอไออาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อมนุษยชาติ


นายดาริโอ อโมเดอี ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) ของแอนโทรปิก เรียกร้องก่อนหน้านี้ให้ชะลอการพัฒนาเอไอและเพิ่มการตรวจสอบความปลอดภัย แต่ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวไม่ควรทำให้บริษัทสูญเสียความได้เปรียบทางธุรกิจ

ทว่าอโมเดอีเคยกล่าวด้วยว่า หากโมเดลเอไอฉลาดและทรงพลังมากพอ ระบบอาจสามารถต้านทานความพยายามที่จะปิดระบบได้


ขณะที่นายอีแวน ฮูบิงเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ของแอนโทรปิก ประเมินว่า มีโอกาสมากกว่า 10% ที่เอไออาจนำไปสู่การสูญพันธุ์ของมนุษย์ภายในทศวรรษหน้า ซึ่งนายเจฟฟรีย์ ฮินตัน นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์และผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ประจำปี 2567 ซึ่งได้รับฉายา “บิดาแห่งเอไอ” กล่าวว่า การประเมินความเสี่ยงดังกล่าวที่ระดับ 10% ถือว่า “ไม่ใช่ตัวเลขที่เกินจริง”


อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญและผู้ประกอบการบางส่วนมองว่า ความวิตกเกี่ยวกับเอไอทำลายล้างมนุษยชาติอาจถูกพูดเกินจริง หรือถูกนำมาใช้เพื่อสร้างกระแสและสนับสนุนแผนธุรกิจของบริษัท


คลาร์กกล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการปล่อยให้อุตสาหกรรมเอไอดำเนินต่อไปโดยปราศจากการกำกับดูแล เพราะเป็นการ “เสี่ยงกับอันตรายมหาศาล” และจำเป็นต้องเปลี่ยนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรม


ทั้งนี้ สภาคองเกรสสหรัฐอยู่ระหว่างพิจารณากฎหมาย สวิตช์สังหาร ซึ่งกำหนดให้บริษัทต้องมีช่องทางปิดหรือจำกัดการทำงานของเอไอที่ก่อปัญหา และให้อำนาจหน่วยงานรัฐบาลบางแห่งสั่งระงับการใช้งานได้.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES