14 – 17 ก.ย. นี้ ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ไทยเปิดฉากยิ่งใหญ่ในการเป็นเจ้าภาพงานพลังงานระดับโลก “Gastech 2026” หรืองานประชุมและนิทรรศการด้านก๊าซธรรมชาติ แอลเอ็นจี เทคโนโลยีคาร์บอนต่ำ ระบบการผลิตไฟฟ้า และเอไอ เพื่อภาคพลังงานที่ยิ่งใหญ่และทรงอิทธิพลที่สุดในโลก เป็นงานจัดต่อเนื่องมา 54 ปีในประเทศต่างๆ ทั่วโลก และกลับมาจัดที่ประเทศไทยอีกครั้งในรอบ 18 ปี ซึ่งเป็นการจัดร่วมกันระหว่างเจ้าภาพหลัก กระทรวงพลังงาน บมจ.ปตท. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ และดีเอ็มพี อีเว้นท์ ร่วมเป็นพันธมิตรหลัก
สำหรับบทบาทการเป็นเจ้าภาพของประเทศไทยครั้งนี้ ที่เห็นชัดๆ กรุงเทพมหานครจะต้อนรับผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 ราย จากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก วิทยากรกว่า 1,000 ราย การประชุมนับ 200 รายการ ที่จะร่วมเจาะลึกระบบพลังงาน เทคโนโลยี และการลงทุนที่จำเป็นสำหรับอนาคต ซึ่งปีนี้มีหลายประเด็นน่าจับตา ตั้งแต่ทิศทางก๊าซธรรมชาติ และแอลเอ็นจี ระบบไฟฟ้ารับดีมานด์ใหม่ บทบาทของเอไอ ไปจนถึงการออกแบบกติกาตลาดพลังงาน
“เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” รมว.พลังงาน ได้ฉายภาพถึงสิ่งที่ประเทศไทยจะได้รับในครั้งจากการเป็นเจ้าภาพงาน “Gastech 2026” ว่า เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับบทบาทประเทศสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และแสดงศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานพลังงานไทยต่อสายตานานาชาติ โดยการเติบโตของความต้องการพลังงานในเอเชียจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน และเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ความสามารถในการแข่งขัน และเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
โจทย์ดังกล่าวเชื่อมโยงโดยตรงกับสถานการณ์ก๊าซธรรมชาติของไทย เพราะก๊าซยังเป็นเชื้อเพลิงหลักของระบบไฟฟ้า ข้อมูลสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ระบุว่าปี 68 ไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยประมาณ 4,422 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยภาคผลิตไฟฟ้าเป็นผู้ใช้รายใหญ่ที่สุด คิดเป็นประมาณ 61% ของการใช้ก๊าซทั้งหมด ตามด้วยภาคอุตสาหกรรมประมาณ 17% โครงสร้างดังกล่าวทำให้ราคาก๊าซมีผลต่อค่าไฟฟ้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะก๊าซเป็นต้นทุนเชื้อเพลิงหลักของโรงไฟฟ้า หากต้นทุนก๊าซสูงขึ้นต้นทุนผลิตไฟฟ้าย่อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะช่วงที่ต้องนำเข้าแอลเอ็นจี ซึ่งราคาผูกกับตลาดโลกและได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงิน และอุปสงค์อุปทานในตลาดเอเชีย ขณะที่ไทยยังมีฐานก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย โดยเฉพาะแหล่งเอราวัณ บงกช และอาทิตย์ ซึ่งเป็นกำลังหลักในการสร้างความมั่นคงให้ระบบก๊าซประเทศ
จากประเด็นใหญ่นี้งาน Gastech 2026 จึงตรงกับโจทย์พลังงานไทยโดยตรง เพราะนอกจากก๊าซ และแอลเอ็นจี ยังครอบคลุมระบบไฟฟ้า ไฮโดรเจน เทคโนโลยีลดคาร์บอน และเอไอ ซึ่งกำลังเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานโลก ซึ่งภายในงานจะมีไฮไลต์การเชื่อมโยงพลังงาน กับเอไอ โดยเฉพาะโจทย์การจัดหาพลังงานให้ดาต้า เซ็นเตอร์ มีการเจาะลึกยุทธศาสตร์บริษัทระดับโลก เทคโนโลยีต่างๆ
ไม่ใช่เพียงการนำผู้บริหารพลังงานทั่วโลกมารวมตัวในกรุงเทพฯ แต่เป็นโอกาสนำเสนอโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ทั้งระบบก๊าซ ท่าเรือและสถานีรับจ่ายแอลเอ็นจี ระบบท่อ ระบบไฟฟ้า และศักยภาพการเป็นฐานลงทุนของภูมิภาค การประชุมครั้งนี้จะเป็นการร่วมถกทั้งการจัดหาก๊าซอย่างไรให้เพียงพอ ราคายังแข่งขันได้ โรงไฟฟ้ามีเชื้อเพลิงมั่นคง และไม่ผลักภาระต้นทุนไปยังค่าไฟของประชาชน ซึ่งเป็นโจทย์ที่ภาครัฐ ปตท. ผู้ผลิตไฟฟ้า และผู้เล่นพลังงานระดับโลกต้องร่วมกันหาคำตอบบนเวที Gastech 2026
“ศุภวรรณ ตีระรัตน์” ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ ระบุว่า งาน Gastech เป็นงานใหญ่ระดับโลก สร้างผลบวกกับเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่อย่างมาก เช่น งาน Gastech 2023 ที่ฮิวสตัน สร้างรายได้กว่า 4,600 ล้านบาท ขณะที่ Gastech 2026 ที่จะจัดในไทยครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท
เป็นงานไมซ์ขนาดใหญ่ ที่จะไม่เพียงส่งผลต่อภาคพลังงานเท่านั้น แต่ยังช่วยกระตุ้นภาคบริการ การท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะเมืองรองที่อยู่รอบกรุงเทพฯ
ทั้งนี้ผู้เข้าร่วมงานไมซ์กลุ่มนี้กว่า 90% เป็นผู้บริหารระดับสูง มีกำลังซื้อสูง โดยเฉลี่ยใช้จ่ายไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อทริปต่อคน และจะท่องเที่ยวในไทยต่อหลังจบงาน หมายถึงการใช้จ่ายในที่พักระดับพรีเมี่ยม ร้านอาหาร บริการนำเที่ยว และกิจกรรมในชุมชนเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว มีการใช้จ่ายจากการเดินทาง ที่พัก การจัดเลี้ยง การเช่ารถ และการใช้บริการท้องถิ่นอื่น ๆ ซึ่งเป็นผลเชิงบวกที่กระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการระดับฐานราก ทั้งผู้ให้บริการในชุมชน โรงแรมขนาดเล็ก ร้านอาหาร และผู้ให้บริการนำเที่ยวในเมืองรอง
ด้าน “คงกระพัน อินทรแจ้ง” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า งาน Gastech 2026 จะทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ซื้อ ผู้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และผู้กำหนดนโยบาย เพื่อยกระดับความร่วมมือและผลักดันการจัดหาพลังงานที่มีความมั่นคง เชื่อถือได้ และเพียงพอ ปัจจัยดังกล่าวมีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาอุตสาหกรรมของภูมิภาค ขณะเดียวกันอุตสาหกรรมพลังงานโลกกำลังเผชิญความท้าทายที่ซับซ้อนขึ้น ตั้งแต่การเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรองรับความต้องการในอนาคต ไปจนถึงการนำเทคโนโลยีใหม่เข้ามาสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งภายในงานปตท.
ขณะที่ “นรินทร์ เผ่าวณิช” ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) กล่าวว่า การเป็นเจ้าภาพร่วมจัดงาน Gastech 2026 ซึ่งเป็นงานประชุมและงานแสดงด้านพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดของโลก เป็นโอกาสสําคัญของไทยในการเรื่องการพัฒนาด้านพลังงานและไฟฟ้า ผ่านการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านไฟฟ้าร่วมกับผู้กําหนดนโยบาย ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก โดยงาน Gastech ปีนี้ มีการจัดประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเฉพาะทางด้านพลังงานระบบผลิต ระบบส่ง และระบบจําหน่ายไฟฟ้า ตลอดจนเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง ยืดหยุ่น และรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ทั้งการเติบโตของเอไอ และดาต้า



