“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะประเดิมสนามฟุตบอลเอเชียนเกมส์ 2026 กลุ่ม A พบ คีร์กิซสถาน วันที่ 16 ก.ย.69 เวลาไทย 14.00 น. ที่ โตโยต้า สเตเดียม ประเทศญี่ปุ่น ถ่ายทอดสด ONE HD31 และ แอปพลิเคชั่น AIS PLAY
คู่นี้เพิ่งเจอกันในเกมอุ่นเครื่องเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ไทย ผลเสมอกัน 1-1
โดยเมื่อวันที่ 15 ก.ย.69 มีการแถลงข่าวก่อนเกม ซึ่ง “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล หัวหน้าโค้ชทีมชาติไทย กล่าวว่า เพิ่งเจอกันมาในอุ่นเครื่องเดือน มิ.ย. ได้รู้ระบบและความแข็งแกร่ง เป็นการบ้านของไทยตั้่งแต่ตรงนั้น แต่เชื่อมั่นในศักยภาพนักกีฬาไทย รวมถึงการเตรียมทีมเชื่อว่าจะสู้กับ คีร์กิซสถาน ได้สนุก

สำหรับทีมไทย หลังประกาศชื่อ 23 คน ในเกมแรกนี้ จะได้นักเตะเกือบครบ นำทัพโดย แนวรุก ยศกร บูรพา เพิ่งมาร่วมซ้อมวันที่ 15 ก.ค., เจะฮานาฟี มามะ, ชวัลวิทย์ แซ่เล้า, แบ๊กซ้าย อูแซมมา เทียงคาม ที่ขึ้นไปเล่นชุดใหญ่มาแล้ว ร่วมด้วย ธนกฤต โชติเมืองปัก, สิทธา บุญหล้า ขณะที่แนวรับ มีดาวดังอย่าง กัปตันทีม ชนภัช บัวพันธ์, พิชิตชัย เศียรกระโทก, วีชั่น อินอร่าม แต่เกมนี้จะยังไม่มี 2 นักเตะ ธีร์กวิน จันทร์ศรี กับ กฤตภัค แสงสวัสดิ์

เกมนี้แทบจะเป็นการแย่งเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเลยก็ว่าได้ เพราะว่ารอบแรก มี 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม คัดทีมอันดับ 1-2 เข้ารอบ ซึ่งคู่แข่งร่วมกลุ่มของไทย อีก 2 ทีม คือ “เจ้าภาพ” ญี่ปุ่น ดีกรีแชมป์เอเชีย และ ฮ่องกง
ทั้งนี้ คาดกันว่า ญี่ปุ่น จะจองตั๋วเข้ารอบ ในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนอันดับ 2 ต้องแย่งกัน โดยมีทีมไทย กับ คีร์กิซสถาน รวมทั้งฮ่องกง ดังนั้น เกม ไทย-คีร์กิซสถาน เรียกว่าเป็นเกมชิงเข้ารอบก็ว่าได้ จะพลาดไม่ได้เลย ไม่ว่าทีมใด ถ้าแพ้ โอกาสเข้ารอบลำบากมากทันที
สำหรับทีมไทย หากเก็บ 3 แต้มได้ก่อน ประตูสู่รอบ 8 ทีมสดใส เพราะนัดต่อไปวันที่ 20 ก.ย. พบ ฮ่องกง ที่ไม่แข็งนัก หากชนะได้อีกตามคาด ก็แทบการันตีการเข้ารอบ ก่อนเจอของแข็ง ญี่ปุ่น ในเกมที่ 3 วันที่ 23 ก.ย.



