“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย จะลงสนามพบ “การูด้า” อินโดนีเซีย ในรอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลฟีฟ่าอาเซียนคัพ 2026 วันที่ 5 ต.ค.69 เวลาไทย 20.00 น. ที่ เกลอรา บุง การ์โน (เสนายัน) กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยสนามแห่งนี้ ว่ากันว่า เป็น “นรกของทีมเยือน” ด้วยความดุดันในการเชียร์ของเจ้าถิ่น
รายการนี้จัดครั้งแรก ผลงานรอบแรก ทีมชาติไทย กลุ่ม B ชนะ ปากีสถาน 4-0, ชนะ เวียดนาม 2-0 และแพ้ ฟิลิปปินส์ 1-2 ส่วน “เจ้าภาพ” อินโดนีเซีย กลุ่ม A ชนะ สิงคโปร์ 2-0, เสมอ มาเลเซีย 0-0 และถล่ม บังกลาเทศ 9-2
แอนโธนี ฮัดสัน หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย กล่าวว่า สำหรับคู่แข่งอินโดนีเซีย นั้น ไม่ได้มองนักเตะคนใดคนหนึ่งเป็นพิเศษ คิดว่าอินโดฯ เป็นทีมที่มีขุมกำลังที่เต็มไปด้วยนักเตะที่ถือ 2 สัญชาติ มีจุดแข็งทางด้านร่างกายสูง และมีความคล่องตัว กระหายในการเล่น จุดแข็งของอินโดฯ คือการเล่นร่วม และมีสปิริตที่สูง ผสมกับ สมรรถภาพทางร่างกายที่ดี แต่เป้าหมายหลักของไทย คือคว้าแชมป์รายการนี้ให้ได้

ส่วนเกมสุดท้ายรอบแรก ที่แพ้ ฟิลิปปินส์ มานั้น ฮัดสัน กล่าวว่า ฟิลิปปินส์ เล่นได้ดีมาก ทีมสตาฟทำหน้าที่ได้ดีมาก ไทยเองผิดหวังกับผลการแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงนักเตะหลายตำแหน่งในเกมเดียว ทำให้อาจจะขาดความต่อเนื่อง หรือความลงตัวไปบ้าง แต่ทีมไทยมีเป้าหมายหลักในรอบชิงชนะเลิศรออยู่ นั่นคือประเด็นสำคัญ ทีมไทยดีใจที่ผ่านเข้ารอบชิงฯ ตั้งแต่จบนัด 2 โดยเฉพาะการชนะ เวียดนาม ทำให้ตัดสินใจพักนักเตะทำให้ทีมพร้อมสำหรับเกมนัดชิงชนะเลิศ และถือเป็นสถานการณ์ที่ดีมาก
“การต้องไปเล่นที่จาการ์ตา ตัวผมเองและนักเตะต่างรู้สึกตื่นเต้น ที่จะได้เล่นท่ามกลางเสียงเชียร์มากมาย ผมคิดว่า บรรยากาศแบบนั้นจะดึงศักยภาพทีมที่ดีที่สุดออกมาได้ ผมได้คุยกับนักเตะหลายคน ทุกคนต่างมีความกระหายในเกมนี้ สำหรับโค้ชและนักกีฬานี่คือเกมที่ทุกคนอยากเล่น ทุกคนอยากเล่นเกมที่มีแฟนบอลเยอะๆ มีบรรยากาศที่คึกคัก และเป็นเกมรอบชิงฯ มันเป็นเกมที่เราเฝ้ารอ”



