เมื่อวันที่ 21 ต.ค. ที่รัฐสภา นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในคดี Forex ว่า ขณะนี้อยู่ในมือของอัยการ และตนก็ได้ไปพบกับอัยการตามขั้นตอน ตั้งแต่วันแรกๆ เลย ไม่เก็บตัว ไม่หลบหนี อย่างไรก็ตาม ตนไม่ได้มีข้อกังวลอะไร แต่จากการติดตามสื่อในช่วงนี้ โดยเฉพาะข่าวของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส.ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ซึ่งได้มีการมาพาดพิงมายังตนเองว่า “ภาวุธทำสแกมเมอร์ ภาวุธทำพนันหรือเปล่า” ซึ่งตนขอยืนยันว่า ตนไม่ใช่ คนทำธุรกิจ Forex คนทำพนัน ธุรกิจสีดำ โดยได้ส่งข้อมูลทุกอย่างส่งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ดีเอสไอก็ส่งให้อัยการแล้ว และตนยังได้ทำหนังสือขอความเป็นธรรม โดยขอเข้าไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม
“ผมเองเข้าสู่กระบวนการอย่างชัดเจน และไม่ได้มีการหลบหนี หากใครติดตามข่าว ผมเข้าไปชี้แจงความบริสุทธิ์ตัวเอง ตั้งแต่มีการออกหมายจับ เข้าไปเองตลอด ไม่มีการเรียกร้องอะไร” นายภาวุธ กล่าวก่อนหยุดชะงักไปเล็กน้อยและกล่าวต่อว่า “เดี๋ยวเป็นข่าวแน่เลย” วันนี้จึงอยากให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และยืนยันว่า ในส่วนของเส้นเงินจำนวนมากที่วิ่งเข้ามาหาตนนั้นก็มีที่มาถูกต้องซึ่งอยู่ในสำนวนอยู่แล้ว คิดว่าให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมายดีกว่า
เมื่อถามว่า มีการเปรียบเทียบกับคดีของ น.ส.สุชาดา มองเป็นหมากทางการเมืองหรือไม่ นายภาวุธ กล่าวว่า ก็คิดได้ เพราะวันนี้ สส. โดนคดีคล้าย ๆ กัน แต่ที่แตกต่างกัน คือคดีของตน หากดูภาพรวมคดีมีผู้เกี่ยวข้อง 50 กว่าคน ตนเป็นหนึ่งในนั้น และไม่ใช่ตัวหลัก ไม่ใช่คนทำ Forex ด้วยซ้ำ แต่ถูกดึงมา กลายเป็นเหมือนหัวหน้าหัวโจกของคดีนี้เลย ทั้งที่เป็นตัวเล็ก ๆ ไม่ได้เกี่ยวข้องเลย มีเส้นเงินวิ่งผ่าน แต่กับอีกคดีหนึ่งก็อาจมีความแตกต่างกัน และจะเห็นได้ชัดว่า คำพูดของรัฐมนตรี มันแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ก็ตามนั้น ตนไม่อยากพูดเยอะ เดี๋ยวก็เป็นข่าวอีก
เมื่อถามว่า มองคดีของ น.ส.สุชาดา อย่างไร นายภาวุธ กล่าวว่า ให้เป็นไปตามขั้นตอน ตนไม่อยากแสดงความคิดเห็น แต่ส่วนตัวเข้าใจว่า คนที่โดนคดีเป็นอย่างไร หน้าตัวเองอยู่ตามสื่อเป็นอาทิตย์ ก็ว่าไม่สนุกเท่าไร ไม่รู้ ก็ขอให้เป็นไปตามขั้นตอนคดี.



