เมื่อวันที่ 22 ต.ค.นายอานันท์ อมรินทร์ สส.อุดรธานี  พรรคประชาชน กล่าวถึงแนวคิดของนายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.อุตสาหกรรม ที่จะผลักดันการพัฒนาแหล่งแร่โพแทชในประเทศไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.นครราชสีมา อุดรธานี และชัยภูมิ โดยระบุถึงประโยชน์ของโครงการ ทั้งเรื่องการลดการนำเข้าปุ๋ยเคมี และการสร้างประโยชน์ให้แก่ชุมชนและเกษตรกร

นายอานันท์ กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญที่ควรนำมาพิจารณา แต่นโยบายการจัดการทรัพยากรธรรมชาติจะสมบูรณ์ได้ ต้องสามารถตอบคำถามของสังคมได้อย่างรอบด้านและตรวจสอบได้ใน 4 ประการ ดังนี้ ประการแรก รัฐบาลต้องเปิดเผยตัวเลขที่ชัดเจนว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถลดการนำเข้าปุ๋ยเคมีได้ปีละเท่าใด ช่วยลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรได้กี่บาท และราคาปุ๋ยที่ประชาชนซื้อจะปรับตัวลดลงจริงหรือไม่ เนื่องจากแค่การมีแหล่งผลิตภายในประเทศ ไม่ได้หมายความว่าเกษตรกรจะได้รับประโยชน์จากราคาปุ๋ยที่ถูกลงโดยอัตโนมัติ

นายอานันท์ กล่าวต่อว่า ประการที่สอง การจัดสรรผลประโยชน์กลับคืนสู่ท้องถิ่น เนื่องจากขุดเจาะทรัพยากรขึ้นมาจากพื้นที่จังหวัดอุดรธานี รัฐบาลต้องเปิดเผยความชัดเจนเกี่ยวกับรายได้จากค่าภาคหลวง เงินบำรุงพิเศษ และงบประมาณกองทุนต่างๆ ว่ามีจำนวนเท่าใด จัดสรรให้แก่หน่วยงานใดบ้าง และท้องถิ่นซึ่งเป็นผู้แบกรับภาระจากโครงการจะได้รับส่วนแบ่งอย่างเป็นธรรมหรือไม่ ซึ่งเหตุผลนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการแก้ไขปรับปรุง พ.ร.บ.แร่ เพื่อพัฒนากติกาการแบ่งปันผลประโยชน์ให้ท้องถิ่นและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม และได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ไม่ใช่ตกอยู่ในฐานะผู้รับผลกระทบเพียงอย่างเดียว

นายอานันท์ กล่าวต่อว่า ประการที่สาม ความรับผิดชอบและมาตรการป้องกันผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ทั้งปัญหาเรื่องน้ำใต้ดิน การทรุดตัวของดิน พื้นที่ทำการเกษตร และบ้านเรือนของประชาชน รัฐบาลต้องมีข้อมูลฐาน (Baseline Data) ระบบเฝ้าระวังที่ตรวจสอบได้ และมีหลักประกันการเยียวยาที่เพียงพอ การมีรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หรือการตั้งกองทุนไม่ได้หมายความว่าสังคมจะหยุดตั้งคำถาม แต่ต้องตรวจสอบได้ว่ากลไกเหล่านั้นทำงานได้จริง และมีมาตรการคุ้มครองประชาชนอย่างไรหากเกิดความเสียหายเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

นายอานันท์ กล่าวต่ออีกว่า ประการสุดท้าย ถึงเวลาแก้ไข พ.ร.บ.แร่ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้ท้องถิ่น โดยเห็นว่ากรณีเหมืองโพแทชอุดรธานีไม่ควรจบลงเพียงการถกเถียงว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับการสร้างเหมือง แต่นำไปสู่การทบทวนกติกาเชิงโครงสร้างในการใช้ทรัพยากรแร่ของประเทศ เมื่อทรัพยากรตั้งอยู่ในพื้นที่ และคนในพื้นที่ต้องอาศัยอยู่กับความเปลี่ยนแปลงและความเสี่ยง รัฐก็ควรมีกลไกที่ทำให้ท้องถิ่นได้รับประโยชน์อย่างเหมาะสม และมีเครื่องมือดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างเพียงพอ

นายอานันท์ ยังกล่าวอีกว่า  ตนไม่ได้ปฏิเสธว่าโพแทชอาจสร้างประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจไทย และไม่ได้สรุปว่าเหมืองจะต้องเกิดผลกระทบแน่นอน เพียงแต่ต้องการให้อธิปไตยทางการตัดสินใจเรื่องทรัพยากรตั้งอยู่บนข้อมูลที่ตรวจสอบได้ มีการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม และมีความรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างชัดเจน เพราะการลดการนำเข้าเป็นเพียงประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่การทำให้คนในพื้นที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ต้องเป็นเป้าหมายสำคัญที่ไม่น้อยไปกว่ากัน เนื่องจากโพแทชอาจอยู่ใต้ดิน แต่คนอุดรธานีต้องอาศัยอยู่บนดิน