นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้มีการหารือและตัดสินใจยุติการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกประเทศของกรมสรรพากรไว้ก่อนในขณะนี้ เนื่องจากต้องการประเมินสถานการณ์อย่างรอบคอบ โดยมองว่าการจัดเก็บในเวลานี้จะเป็นการสร้างภาระที่สูงเกินไปต่อสายการบินและนักท่องเที่ยว ซึ่งหากมีการจัดเก็บทั้งขาเข้าและขาออกอาจเป็นการซ้ำเติมบรรยากาศการเดินทาง
การตัดสินใจดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรักษาโมเมนตัมและบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยที่กำลังฟื้นตัวอย่างโดดเด่น ซึ่งได้รับแรงส่งสำคัญจาก
- ผลสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพประชุม World Bank และ IMF : ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ประเทศและดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
- กระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากการประชุม APEC : สะท้อนความเชื่อมั่นและการตอบรับที่ดีจากนานาชาติ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้การท่องเที่ยวในไตรมาส 4 คึกคักเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้สายการบินต่างๆ เข้ามาหารือเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้น รัฐบาลจึงต้องการใช้โอกาสนี้ในการออกมาตรการสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้เติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ในส่วนของการจัดเก็บภาษีหรือค่าธรรมเนียมการเดินทาง “ขาเข้า” นั้น อยู่ในความดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไม่ใช่ส่วนงานของกรมสรรพากร



