สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐ เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ลงนามในคำประกาศ ให้การนำเข้ากังหันลมและชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้อง ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงแห่งชาติ
เอกสารประกาศของทำเนียบขาวระบุว่า ผลการสอบสวนโดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐพบว่า การนำเข้ากังหันลมอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ ทั้งจากความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เกี่ยวข้องกับอุปกรณ์จากต่างประเทศ การรบกวนระบบเรดาร์และการปฏิบัติงานด้านการจราจรทางอากาศ ตลอดจนการพึ่งพาสินค้าที่ผลิตในต่างประเทศมากขึ้น
Trump directs trade negotiations on wind turbine imports in executive order https://t.co/S3eQPrnAD3
— Reuters Legal (@ReutersLegal) October 22, 2026
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นผลจากการสอบสวนที่เริ่มขึ้นเมื่อเดือนส.ค. 2568 ภายใต้มาตรา 232 ของกฎหมายขยายการค้าสหรัฐ ฉบับปี 2505 ซึ่งเปิดทางให้รัฐบาลตรวจสอบผลกระทบของการนำเข้าที่อาจเป็นภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ โดยรัฐบาลทรัมป์ดำเนินการสอบสวนลักษณะนี้กับสินค้าหลายประเภท
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ยังไม่ได้สั่งใช้มาตรการจำกัดทางการค้าในทันที แต่สั่งให้เจ้าหน้าที่ด้านการค้าดำเนินการเจรจากับประเทศคู่ค้า และรายงานผลภายใน 180 วัน โดยอาจพิจารณามาตรการเพิ่มเติม รวมถึงการเรียกเก็บภาษีนำเข้าในภายหลัง
คำสั่งดังกล่าวยังสะท้อนจุดยืนของทรัมป์ที่วิพากษ์วิจารณ์พลังงานลมมาอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า ความไม่สม่ำเสมอในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ทำให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าของสหรัฐต้องพึ่งพาแหล่งพลังงานที่มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าแหล่งพลังงานอื่น
ทั้งนี้ เม็กซิโก ฝรั่งเศส อินเดีย เดนมาร์ก และเยอรมนี เป็นประเทศผู้ส่งออกกังหันลมและชิ้นส่วนรายสำคัญให้แก่สหรัฐ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS



