กรมส่งเสริมการเกษตรเผยแพร่หลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสามารถเข้าถึงความช่วยเหลือจากภาครัฐตามเงื่อนไขที่กำหนด โดยอ้างอิงระเบียบกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และหลักเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรที่เกี่ยวข้อง

สำหรับเงื่อนไขสำคัญ เกษตรกรต้องขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรก่อนเกิดภัย พื้นที่เพาะปลูกต้องมีความเสียหายจริง และต้องอยู่ในพื้นที่ที่ประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ นอกจากนี้ การช่วยเหลือพื้นที่เพาะปลูกกำหนดไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ โดยบางประเภทมีเพดานเฉพาะตามที่หลักเกณฑ์ระบุ

อัตราช่วยเหลือสำหรับพืชแต่ละประเภท ได้แก่ ข้าว อัตรา 2,240 บาทต่อไร่ พืชไร่และพืชผัก 3,180 บาทต่อไร่ ส่วนไม้ผล ไม้ยืนต้น และพืชอื่น ๆ ระบุอัตรา 6,800 บาทต่อไร่ และอัตรา 3,400 บาทต่อไร่สำหรับกรณีตามเงื่อนไขที่กำหนด

สำหรับแปลงปลูกต้นโคลนทับถม กำหนดอัตราช่วยเหลือ 16,000 บาทต่อไร่ โดยช่วยเหลือไม่เกินครัวเรือนละ 5 ไร่ ขณะที่นาเกลือทะเลกำหนดอัตรา 3,666 บาทต่อไร่ ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่

ส่วนแมลงเศรษฐกิจ กำหนดการช่วยเหลือตามหน่วยการเลี้ยงหรือการผลิต ไม่เกิน 30 หน่วยต่อครัวเรือน ประกอบด้วย ผึ้งโพรง 2,000 บาทต่อรัง ผึ้งชันโรง 1,500 บาทต่อรัง ผึ้งพันธุ์ 2,000 บาทต่อรัง ครั่ง 1,700 บาทต่อต้น และจิ้งหรีด 2,000 บาทต่อบ่อ ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบประเภทและเงื่อนไขให้ตรงกับหลักเกณฑ์ที่ประกาศใช้

หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรเป็นไปตามประเภทความเสียหายและกรอบงบประมาณ โดยการพิจารณาสิทธิไม่ได้ขึ้นอยู่กับการได้รับผลกระทบเพียงอย่างเดียว แต่ต้องผ่านการตรวจสอบข้อมูลทะเบียนเกษตรกร พื้นที่เสียหายจริง และเงื่อนไขของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย

เกษตรกรจึงควรหมั่นปรับปรุงข้อมูลทะเบียนให้เป็นปัจจุบัน เก็บหลักฐานการเพาะปลูก และติดตามประกาศเขตภัยพิบัติจากหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือได้อย่างถูกต้องเมื่อเกิดเหตุ

ทั้งนี้ หลักเกณฑ์มีผลบังคับใช้กับภัยที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เกษตรกรควรตรวจสอบรายละเอียดฉบับเต็มกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือหน่วยงานรับผิดชอบก่อนดำเนินการ เนื่องจากอัตราและเพดานช่วยเหลืออาจมีเงื่อนไขเฉพาะตามประเภทภัยและลักษณะความเสียหาย