เมื่อวันที่ 14 ม.ค. ที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.กฤษกร พลีธัญญวงศ์ รอง ผบช.ศ. นำพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบทั้ง 48 คดี เกี่ยวกับการค้ามนุษย์ มาประชุมหารือกับ สำนักงาน ปปง. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง เลขาธิการ ปปง.ได้มอบหมายให้นายเทพสุ บวรโชติดารา รองเลขาธิการ ปปง. เป็นผู้แทนเข้าร่วมการประชุม เพื่อเสนอแนะแนวทางแก้ปัญหาเร่งรัดการตรวจยึดทรัพย์ให้มีประสิทธิภาพและรวดเร็วยิ่งขึ้น

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า จากการจับกุมคดีค้ามนุษย์ที่ดำเนินการมาต่อเนื่องตามนโยบายรัฐบาล และทำการสืบสวนขยายผลเพื่อทำการยึดทรัพย์ พบว่ามีคดีที่เข้าข่ายมูลฐานความผิดที่สามารถยุดทรัพย์ได้ตามกฎหมาย ปปง.จำนวน 48 คดีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เพื่อให้การยึดทรัพย์รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เป็นไปตามกระบวนการตามกฎหมาย จึงได้นำพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดีมาหารือร่วมกับ ปปง. ซึ่งทั้ง 48 คดีจะทำการยึดทรัพย์ 3 แนวทาง คือ 1) ทรัยพ์สินโดยตรง เช่น เงินสด 2) ทรัพย์สินที่เกิดจากการแปรสภาพ เช่น บ้าน รถ 3) ทรัพย์สินที่ผสมผสาน เช่น บ้านหรือรถที่ผ่อนชำระ

ทั้งนี้หลังจากที่ประชุมจะมีการกำหนด Timeline การทำงานที่ชัดเจน เช่น การออกคำสั่งสืบทรัพย์ มอบหมายให้ พงส.เข้าไปสืบทรัพย์ ตรวจค้น แล้วรายงานผลให้ที่ประชุมรับทราบตามขั้นตอน เพื่อจะได้ทำการยึดทรัพย์ และนำทรัพย์สินมาเยียวยาเหยื่อผู้เสียหายต่อไป สำหรับคดีที่จะต้องเร่งดำเนินการในลำดับต้นต้นคือคดีที่ ศพดส.ตร. จับกุม ขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 โดยสกัดจับกลุ่มขบวนการได้ที่จังหวัดชุมพร จนนำไปสู่การขยายผลจับกุมในอีกหลายพื้นที่ของอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และพบว่ามีเงินหมุนเวียนอยู่ในบัญชีมากกว่า 600 ล้านบาท นอกจากนี้ ศพดส.ตร.ได้ดำเนินการจับกุมปราบปรามทุกรูปแบบมาต่อเนื่อง และได้ทำการสืบสวนขยายผลคดีค้ามนุษย์ที่เข้าข่ายทำการฟอกเงิน 48 คดี เป็นคดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของตำรวจ 44 คดี ดีเอสไอ 3 คดี และมหาดไทย 1 คดี มีมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท แต่การดำเนินการยังเป็นไปด้วยความล่าช้า