สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมของยูเครนออกแถลงการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องการรับมอบอาวุธน้ำหนัก 80 ตัน จากสหรัฐ ซึ่งเป็นชุดที่สองจากแพคเกจความช่วยเหลือรอบล่าสุด มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6,602 ล้านบาท ) และประธานาธิบดีโจ ไบเดน อนุมัติเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว


ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐออกแถลงการณ์ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่การทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเคียฟ สามารเดินทางออกได้พร้อมสมาชิกในครอบครัว ในกรณีไม่มีกิจธุระจำเป็น เนื่องจาก “แนวโน้มของภัยคุกคามทางทหารจากรัสเซียที่ยังคงมีอยู่”


ทั้งนี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย พบหารือกันครั้งล่าสุด ที่เมืองเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อพยายามคลี่คลายความขัดแย้งเรื่องยูเครน ทว่าผลการประชุมเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย นั่นคือ “ไม่มีความคืบหน้า” แม้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการหารือกันต่อไปก็ตาม

นายเยฟเฮน มูราเยฟ


เกี่ยวกับการที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า “มีข้อมูล” ว่ารัฐบาลมอสโกพยายาม “จัดตั้ง” รัฐบาลนิยมรัสเซียในยูเครนอีกครั้ง และกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองของรัสเซียติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับอดีตนักการเมืองยูเครนหลายคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ “รุกรานข้ามพรมแดน” นั้น


นายเยฟเฮน มูราเยฟ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของยูเครน ซึ่งเป็นบุคคลในรายงานของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ว่าจะเป็น “ผู้นำหุ่นเชิด” ของรัฐบาลมอสโก ออกมาปฏิเสธข้อมูลทั้งหมด และกล่าวด้วยว่า กำลังพิจารณา “ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าว” อนึ่ง มูราเยฟ วัย 46 ปี เป็นหนึ่งในคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ซึ่งลี้ภัยอยู่ในรัสเซีย นับตั้งแต่การประท้วงครั้งใหญ่ เมื่อปี 2557.

เครดิตภาพ : REUTERS