สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่า กระทรวงกลาโหมของยูเครนออกแถลงการณ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เรื่องการรับมอบอาวุธน้ำหนัก 80 ตัน จากสหรัฐ ซึ่งเป็นชุดที่สองจากแพคเกจความช่วยเหลือรอบล่าสุด มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6,602 ล้านบาท ) และประธานาธิบดีโจ ไบเดน อนุมัติเมื่อเดือน ธ.ค.ปีที่แล้ว
ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐออกแถลงการณ์ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่การทูตประจำสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเคียฟ สามารเดินทางออกได้พร้อมสมาชิกในครอบครัว ในกรณีไม่มีกิจธุระจำเป็น เนื่องจาก “แนวโน้มของภัยคุกคามทางทหารจากรัสเซียที่ยังคงมีอยู่”
The Department of State authorized the voluntary departure of U.S. direct hire employees (USDH) and ordered the departure of eligible family members (EFM) from Embassy Kyiv due to the continued threat of Russian military action. https://t.co/esXkJ6h0Nt
— U.S. Embassy Kyiv (@USEmbassyKyiv) January 24, 2022
US Secretary of State Blinken after talks with Russian FM Lavrov:
— TRT World Now (@TRTWorldNow) January 21, 2022
– We've agreed that it's important for diplomatic process to continue
– Any invasion will be met with swift response by US, allies
– Both sides have understanding of each others' positions pic.twitter.com/DxqgYpPMwj
ทั้งนี้ นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.การต่างประเทศสหรัฐ และนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.การต่างประเทศรัสเซีย พบหารือกันครั้งล่าสุด ที่เมืองเจนีวา ในสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อพยายามคลี่คลายความขัดแย้งเรื่องยูเครน ทว่าผลการประชุมเป็นไปตามความคาดหมายของทุกฝ่าย นั่นคือ “ไม่มีความคืบหน้า” แม้ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องให้มีการหารือกันต่อไปก็ตาม
Russian FM Lavrov after talks with Blinken in Geneva:
— TRT World Now (@TRTWorldNow) January 21, 2022
– The meeting was open and very useful to all parties
– Putin always ready to meet with Biden
– Our meeting today will hopefully decrease emotions pic.twitter.com/NVk41k7k6x

เกี่ยวกับการที่กระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักรกล่าวว่า “มีข้อมูล” ว่ารัฐบาลมอสโกพยายาม “จัดตั้ง” รัฐบาลนิยมรัสเซียในยูเครนอีกครั้ง และกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองของรัสเซียติดต่อสื่อสารอย่างใกล้ชิดกับอดีตนักการเมืองยูเครนหลายคน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการ “รุกรานข้ามพรมแดน” นั้น
นายเยฟเฮน มูราเยฟ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของยูเครน ซึ่งเป็นบุคคลในรายงานของรัฐบาลสหราชอาณาจักร ว่าจะเป็น “ผู้นำหุ่นเชิด” ของรัฐบาลมอสโก ออกมาปฏิเสธข้อมูลทั้งหมด และกล่าวด้วยว่า กำลังพิจารณา “ดำเนินคดีตามกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยข่าว” อนึ่ง มูราเยฟ วัย 46 ปี เป็นหนึ่งในคนสนิทของอดีตประธานาธิบดีวิกเตอร์ ยานูโควิช ซึ่งลี้ภัยอยู่ในรัสเซีย นับตั้งแต่การประท้วงครั้งใหญ่ เมื่อปี 2557.
เครดิตภาพ : REUTERS



