สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครหลวงเวียงจันทน์ ประเทศลาว เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ว่า สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นโอดีซี ) รายงานเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ว่าตำรวจในแขวงบ่อแก้ว ทางตะวันตกเฉียงเหนือของลาว มีพรมแดนติดกับรัฐฉานในเมียนมา และจังหวัดเชียงรายของไทย จับกุมชาย 3 คน และหญิง 1 คน พร้อมของกลางเป็นยาเสพติดมีน้ำหนักรวมมากกว่า 4 ตัน แบ่งเป็นยาบ้าประมาณ 36.4 ล้านเม็ด มีน้ำหนักรวม 3,648 กิโลกรัม ยาไอซ์ 590 กิโลกรัม และเฮโรอีน 2 แท่ง
นอกจากนั้น ยังมีรถยนต์ โทรศัพท์มือถือ และอาวุธปืน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการสอบสวนและสืบสวนขยายผล เพื่อสาวให้ถืงเครือข่าย และผู้ร่วมขบวนการที่ยังเหลือ เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Laos makes second-biggest meth seizure as UN warns of surge in drug production https://t.co/cK9H4LUX1R pic.twitter.com/FWid9yNF2a
— CNA (@ChannelNewsAsia) January 29, 2022
ทั้งนี้ รายงานของยูเอ็นโอดีซีระบุด้วยว่า การยึดยาเสพติดครั้งนี้ เป็นการยึดยาบ้าครั้งใหญ่เป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของลาว และเกิดขึ้นประมาณ 3 เดือนเท่านั้น หลังตำรวจลาวปฏิบัติการทลายแหล่งผลิตและซุกซ่อนยาเสพติด บริเวณพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เมื่อปลายเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว ยึดยาบ้าได้มากกว่า 55 ล้านเม็ด และยาไอซ์อีก 1.5 ตัน จากรถบรรทุกลังเบียร์ ซึ่งเจ้าหน้าที่เรียกให้หยุดเพื่อทำการตรวจค้น บนถนนสายหนึ่งในแขวงบ่อแก้ว
ปฏิบัติการยึดยาเสพติดครั้งดังกล่าว มีจำนวนมากที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และยูเอ็นโอดีซีวิเคราะห์ว่า ความไม่สงบทางการเมืองในเมียนมา ซึ่งยืดเยื้อตั้งแต่วันรัฐประหาร เมื่อ 1 ก.พ. 2564 และตามมาด้วยการสู้รบอย่างหนักหน่วง ระหว่างกองทัพเมียนมากับบรรดากองกำลังชาติพันธุ์ ส่งผลให้เครือข่ายค้ายาเสพติดในสามเหลี่ยมทองคำต้องปรับเปลี่ยนวิธี และเส้นทางการขนส่งสินค้า.
เครดิตภาพ : REUTERS



