สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เผยแพร่แถลงการณ์ แสดงความวิตกกังวล ต่อการที่รัฐบาลทหารเมียนมาของ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ต่อเวลาบังคับใช้คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉิน “ออกไปอีกอย่างน้อย 6 เดือน”
นอกจากนี้ เนื้อหาของแถลงการณ์ยังเรียกร้อง ให้ผู้ที่มีอำนาจในเมียนมาปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด รวมถึงนางออง ซาน ซูจี และอดีตประธานาธิบดีวิน มยินต์ พร้อมทั้งขอให้คู่กรณีทุกฝ่ายยุติการใช้ความรุนแรง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินและชีวิตของพลเรือน
It's been a year since the military ousted leader Aung San Suu Kyi in a dramatic coup. What events have shaped the course of Myanmar over the past year?#WhatsHappeningInMyanmar pic.twitter.com/cRa5y9h9KB
— DW Hotspot Asia (@dw_hotspotasia) February 1, 2022
ขณะที่สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้ทุกภาคส่วนในเมียนมายุติการสู้รบ “ทันที” และรัฐบาลทหารเมียนมาควรอนุญาตให้นายปรัก สุคน รมว.การต่างประเทศของกัมพูชา ในฐานะผู้แทนพิเศษด้านกิจการเมียนมาของอาเซียนประจำปีนี้ เดินทางเข้าประเทศ “โดยเร็วที่สุด” อย่างไรก็ตาม แถลงการณ์ของอาเซียนแตกต่างจากของยูเอ็นเอสซี ตรงที่ไม่มีการเรียกร้องอิสรภาพให้กับนางออง ซาน ซูจี และนายวิน มยินต์
ทั้งนี้ นับตั้งแต่ยึดอำนาจ เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ปีที่แล้ว รัฐบาลทหารเมียนมาปฏิเสธคำร้องของทุกฝ่าย ในการให้มีผู้แทนจากภายนอก เข้าพบนางออง ซาน ซูจี และนายวิน มยินต์ โดยให้เหตุผลว่า ทั้งสองคนเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา แม้เรื่องนี้เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ทำให้ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ซึ่งบรูไนเป็นเจ้าภาพ เมื่อปีที่แล้ว
ด้านหนังสือพิมพ์ โกลบอล นิว ไลต์ ออฟ เมียนมา ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาลทหารเมียนมาชุดปัจจุบัน เสนอรายงานว่า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย มีความพร้อมให้ผู้แทนของอาเซียนและยูเอ็นเข้าประเทศ แต่การดำเนินการนั้น “ต้องไม่ล่วงละเมิดอธิปไตยและผลประโยชน์ของชาติ” และ “แผนการในอนาคต” ของรัฐบาลทหาร.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



