เมื่อวันที่ 5 ก.พ. นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) พร้อมนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดทส. นายสุรชัย อจลบุญ อธิบดีกรมปาไม้ พร้อมเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ลงพื้นที่บ้านฮ้าฮก หมู่ 10 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกพื้นที่โครงการร้อยใจรักษ์ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝาง จากผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เมื่อไปถึงพบมีการตัดโค่นไม้กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ มีการปรับไถพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ซึ่งยังคงปรากฏร่องรอยตอไม้เดิมกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ขณะเดียวกันยังตรวจพบตอไม้หวงห้ามซึ่งอยู่ติดกับแนวเขตแปลงที่ดิน ถูกตัดโค่นล้มเข้ามาภายในแปลงที่ดินที่เกิดเหตุ 2 ตอ เป็นไม้กระถินป่า และไม้กระทุ่มหมู มีการตัดทอนเป็นท่อนขนาดเล็กกองไว้ในแปลงที่ดินที่เกิดเหตุเพื่อรอการขนย้าย มีการขุดสระเก็บน้ำขนาดเนื้อที่ 1-0-10 ไร่ พบสิ่งก่อสร้างอยู่ภายในที่เกิดเหตุ 5 รายการ และมีการเดินสายไฟฟ้าเข้ามาใช้ภายในพื้นที่เกิดเหตุ จึงได้ตรวจวัดตำแหน่งแปลงที่ดินโดยใช้เครื่องมือหาค่าพิกัดตำแหน่งแปลงที่ดินด้วยดาวเทียมโดยรอบแปลงที่ดิน คำนวณเนื้อที่ได้ 24-0-31 ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าลุ่มน้ำแม่ฝางทั้งหมด

 เจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่ป่าที่ถูกแผ้วถาง เนื้อที่ 24-0-31 ไร่ ตรวจยึดไม้กระถินป่า 7 ท่อน ปริมาตร 0.21 ลูกบาศก์เมตร และตรวจยึดสิ่งก่อสร้าง 5 รายการ พร้อมนำเอกสารหลักฐานทั้งหมด แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.แม่อาย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

นายวราวุธ กล่าวว่าพื้นที่ที่ถูกตรวจยึดเดิมเป็นพื้นที่ผ่อนปรนตามมติครม. 30 มิ.ย.41 แต่ทำผิดกติกา มีการเปลี่ยนมือ ตัดต้นไม้หวงห้าม ไถปรับพื้นที่ ซึ่งผิด พ.ร.บ.ป่าสงวนฯ พ.ศ.2507 

ทางด้านนายกมล นวลใย ผอ.สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1(เชียงใหม่) กรมป่าไม้ กล่าวว่า จากการตรวจสอบผู้กระทำผิดพบว่าเป็นนายบัญญัติ แสนลี่ บุตรชายนายเล่าต๋า แสนลี่ ราชายาเสพติด ซึ่งเป็นกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดรายใหญ่ภาคเหนือ ที่เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดออกมา โดยนายบัญญัติได้จ้างคนหมู่บ้านอื่นเข้ามาตัดไม้ปรับไถพื้นที่แปลงนี้ เพื่อเตรียมไว้รอรับนางอาส่าหม่า แสนลี่ ซึ่งเป็นแม่ที่จะได้รับอภัยโทษ และพ้นโทษออกมาใช้อยู่อาศัยและทำกิน ซึ่งเป็นการกระทำผิดฐานเปลี่ยนมือหรือถือครองแทน รวมทั้งตัดต้นไม้โดยไม่แจ้งเจ้าหน้าที่ ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ มาตรา 19 มาตรา 14 และไม่อยู่ในเงื่อนไขที่ได้รับความคุ้มครองตามมติครม. 30 มิ.ย.41