สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 6 ก.พ. ว่า สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) เผยแพร่แถลงการณ์ว่า นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการ พบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายหวัง อี้ มนตรีแห่งรัฐและรมว.การต่างประเทศจีน เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาว ที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์
ทั้งนี้ กูเตร์เรสแสดงความคาดหวัง ว่าการประสานงานระหว่างรัฐบาลปักกิ่ง กับนางมิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนของยูเอ็น จะนำไปสู่การที่บาเชเลต์และคณะสามารถเยือนจีนได้ “อย่างแท้จริง” และ “ได้รับข้อมูลน่าเชื่อถือ” รวมถึงการลงพื้นที่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์
Readout of meetings between @antonioguterres and the authorities of the People’s Republic of China ??: https://t.co/ojVwBEJeAL pic.twitter.com/URyIFaGUmC
— UN Spokesperson (@UN_Spokesperson) February 5, 2022
นอกจากนี้ เลขาธิการยูเอ็นแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำจีนและรัฐมนตรีต่างประเทศ ในประเด็นเกี่ยวกับสถานการณ์ในอัฟกานิสถาน และการหาทางบรรเทาความรุนแรงของภาวะโลกร้อนด้วย ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งยังไม่มีท่าทีอย่างเป็นทางการ เกี่ยวกับผลการพบหารือครั้งนี้ ซึ่งเกิดขึ้นหลังนายจ้าว ลี่เจียน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ประกาศเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ว่า บาเชเลต์ สามารถลงพื้นที่ในซินเจียงได้ “แต่ไม่ใช่เพื่อภารกิจสอบสวน”
SCMP, citing sources: China has agreed to a visit to Xinjiang by UN rights chief Michelle Bachelet “in the first half of the year after the Beijing Winter Olympics,” while pushing Bachelet not to publish a Xinjiang report before the Games.@catherinewongbjhttps://t.co/50jrYglLKu
— Jonathan Cheng (@JChengWSJ) January 28, 2022
ด้านเซาท์ ไชนา มอร์นิง โพสต์ รายงานว่า รัฐบาลปักกิ่งอนุญาตให้บาเชเลต์ลงพื้นที่ได้ หลังผ่านพ้นมหกรรมโอลิมปิกฤดูหนาว ซึ่งจะมีการแข่งขันระหว่างวันที่ 4-20 ก.พ.นี้ ขณะที่สำนักงานหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( โอเอชซีเอชอาร์ ) ออกแถลงการณ์ว่า บาเชเลต์จะเยือนจีนภายในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ หลังใช้เวลาเจรจาตั้งแต่เดือน ก.ย. 2561
ทั้งนี้ สหรัฐเปิดเผยเอกสารการสอบสวนที่เรียกว่า “ซินเจียงลีกส์” เมื่อช่วงปลายปี 2562 หน่วยงานของรัฐบาลปักกิ่งทั้งระดับท้องถิ่นและส่วนกลาง “กดขี่ข่มเหงอย่างเป็นระบบ” ต่อชาวอุยกูร์และกลุ่มชาติพันธุ์อีกหลายกลุ่ม ซึ่งอาศัยอยู่ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ โดยเฉพาะประเด็นการมี “ค่ายกักกัน” หรือ “ศูนย์ปรับทัศนคติ” ว่าเป็น “หลักฐานชี้ชัด” ว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นวงกว้างในซินเจียง และพรรคคอมมิวนิสต์จีนมีส่วนเกี่ยวข้อง และปอมเปโอเรียกร้องให้รัฐบาลปักกิ่งปล่อยตัวผู้ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในค่ายแห่งนั้น ด้านจีนประณามรายงานดังกล่าว และยืนกรานปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES



