สวัสดีเดือนกุมภาพันธ์ กับสารพันเรื่องราวด้านยานยนต์กับ อ้วนซ่า แอบซิ่ง เหมือนเช่นเคย ในสัปดาห์นี้อ้วนซ่ามีข่าวสารอัพเดทของน้อง “มีนาคม” หรือ นิสสัน มาร์ช (Nissan March) รถเล็กที่หลาย ๆ คนรัก และขายในตลาดบ้านเรามานานเกิน 10 ปี โดยไม่มีวี่แววว่าจะเลิกขายกันง่าย ๆ และแม้ว่าในต่างประเทศจะมีออกรุ่นใหม่ในรหัส K14 กันมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2016 แล้ว บ้านเราก็ยังลากขายรุ่น K13 ที่เราคุ้นตากันไม่จบไม่สิ้น เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรถอมตะรุ่นหนึ่งของนิสสันในบ้านเรา

แต่สำหรับข่าวของ นิสสัน มาร์ช หรือในต่างประเทศใช้ชื่อว่า “ไมครา” (Micra) ที่เพิ่งจะได้เผยแพร่ในสื่อต่าง ๆ นี้ มันจะยังไม่ใช่รถโปรดักชั่น แต่เป็นเพียงภาพยั่วน้ำลาย พร้อมข้อมูลว่านี่คือภาพของรถพลังไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ และยังสำทับว่าไมใช่เทคโนโลยีแบตเตอรี่ทั่วไปอีกด้วย เพราะข่าวนั้นระบุว่ามาร์ช ใหม่นี้จะใช้แบตเตอรี่แบบใหม่ที่เรียก โซลิดสเตตแบตเตอรี่ (Solid-State Battery) อีกด้วย

ในภาพที่เราเห็นนั้นดูเหมือนว่า นิสสันจะมีการหยิบยืมคาแรกเตอร์ของ มาร์ช รุ่นที่ขายในบ้านเราไปใช้กับรุ่นใหม่พอสมควร ดังจะเห็นได้จากวงแหวนไฟหน้า แต่การที่มันมีดวงไฟจริงแทรกกลาง ผ่าวงแหวนออกเป็นครึ่งบน ครึ่งล่าง นั้นก็ดูคล้ายกับรูปทรงของโลโก้นิสสันเองเหมือนกัน ส่วนภาพด้านข้างนั้นจะเห็นได้ว่ารถไม่ได้ดูโค้งมนเหมือนมาร์ชที่เราคุ้นเคย ทรงรถดูตรง แน่น ส่วนหลังคาและเสากระจกบังลมหน้า ทำเป็นสีดำ แต่เลือกที่จะทำเสาด้านท้ายรถเป็นสีเดียวกับตัวรถ ดูแล้วให้อารมณ์คล้ายมองรถ “มินิ” (MINI) ไม่น้อยแต่โดยรวม ๆ แล้วรถรุ่นใหม่ถือได้ว่ามีรูปทรงเรียบง่าย สะอาดตา ทันสมัยใช่เล่น

กลับมาที่เรื่องแบตเตอรี่อีกครั้ง จุดนี้ถือเป็นจุดขายหลักของรถรุ่นต่อ ๆ ไปของนิสสันก็ว่าได้ เพราะจุดที่อั้นไม่ให้คนจะเปลี่ยนมาใช้รถพลังไฟฟ้า มีอยู่ด้วยกัน 3 เรื่อง เรื่องแรกคือ ราคา เป็นที่รู้กันดีว่า ต้นทุนของแบตเตอรี่คือ หัวใจของราคารถไฟฟ้า ซึ่งแบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน ในปัจจุบันนี้แม้ว่าราคาลดลงมากว่าแต่ก่อนมากแล้วโดยราคาสากลนั้นอยู่ราวๆ $157 (5,200 บาท) ต่อ 1 กิโลวัตต์ชั่วโมง รถระดับกลาง ๆ จะมีแบตเตอรี่ที่มีความจุราว ๆ 60 กิโลวัตต์ชั่วโมง นั่นก็คือมีต้นทุนแบตเตอรี่ราว 312,000 เข้าไปแล้ว ในจุดนี้แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตท ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่มีการใช้แร่แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ที่หายากนั้นจะมีราคาอยู่ในจุดที่พวกเขาคาดหวังไว้ที่ $65 (2,150 บาท) ต่อหนึ่งกิโลวัตต์ชั่วโมง ในปี ค.ศ. 2028 (พ.ศ. 2571) ซึ่งจะลดต้นทุนแบตเตอรี่ลงไปได้เกินครึ่ง จนทำให้ต้นทุนไม่ต่างไปจากรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในนั่นเอง

ข้อที่สองคือ ระยะทางที่ทำได้ แบตเตอรี่แบบโซลิดสเตต นั้นมีความหนาแน่นของการประจุพลังงานมากกว่าของเหลวในแบตเตอรี่ ลิเธียมไอออนถึงสองเท่า ทำให้ในน้ำหนักที่เท่า ๆ กัน จะวิ่งได้ไกลกว่าเป็น 2 เท่า หรือในทางกลับกัน ถ้าระยะทางเท่า ๆ กันก็จะลดน้ำหนักแบตเตอรี่ลงได้กว่าครึ่งเช่นกัน

ข้อที่สาม ระยะเวลาในการชาร์จแบต เตอรี่แบบโซลิดสเตต จะใช้เวลาเร็วขึ้น โดยใช้เวลาเพียง 1 ใน 3 เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่แบบเดิม ทำให้ลดความกังวลเรื่องการเดินทางไปได้เป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้คือ สิ่งที่กลุ่มทุนของนิสสัน อันประกอบด้วย เรอโนลต์ นิสสัน และ มิตซูบิชิ หมายมั่นปั้นมือเป็นอย่างยิ่งในการที่จะสร้างจุดขายที่แข็งแกร่งและสามารถพลิกฟื้นนิสสัน ให้กลับมาแข็งแกร่งในเวทีรถไฟฟ้าได้อีกครั้ง ในฐานะที่เคยเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีรถไฟฟ้าเป็นเจ้าแรก ๆ ในช่วงที่ผ่านมา
ซึ่งอ้วนซ่า เองก็เชื่อว่าการเลือกที่จะเดินทางมาในเส้นทางสายนี้น่าจะมีอนาคตสดใส เพราะได้ข่าวว่ากองทัพสหรัฐเองก็ผลักดันเทคโนโลยีโซลิดสเตตนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน จับตาดูนิสสันในยุคต่อไปให้ดี ๆ นะขอรับ!.