เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการบริหาร พัฒนา อนุรักษ์ และฟื้นฟูคลองแสนแสบ ครั้งที่ 1/2565 โดยมีนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมและประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบความก้าวหน้าตามที่มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการของแผนหลักการพัฒนาฟื้นฟูสภาพแวดล้อมคลองแสนแสบ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค.2564 จำนวน 84 โครงการ ดำเนินงานโดย 8 หน่วยงาน ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (กทม.) กรมโรงงานอุตสาหกรรม องค์การจัดการน้ำเสีย กรมควบคุมมลพิษ กรมเจ้าท่า กรมชลประทาน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และจังหวัดฉะเชิงเทรา ดำเนินการใน 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน (ปี 2564) ระยะกลาง (ปี 2565-2570) และระยะยาว (ปี 2571-2574)

นอกจากนี้ ที่ประชุมได้เร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้เป็นไปตามแผน รวมถึงโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรีที่อยู่ในแผนระยะเร่งด่วน เป็นโครงการที่บรรจุไว้ในแผนการในการแก้ไขปัญหาและบำบัดน้ำเน่าเสียในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยแบ่งการดำเนินโครงการเป็น 2 ระยะ ซึ่งปัจจุบันกำลังก่อสร้าง ระยะที่ 1 ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4.43 ตารางกิโลเมตร (ตร.กม.) จะรับน้ำเสียในพื้นที่ส่วนใหญ่ของเขตมีนบุรี และพื้นที่บางส่วนของเขตคลองสามวา เขตสะพานสูง และเขตคันนายาว คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2565 โดยจะสามารถบำบัดน้ำเสียได้ 10,000 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ต่อวัน ดังนั้น เพื่อให้ระบบบำบัดน้ำเสียมีนบุรีทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ พร้อมฟื้นฟูคุณภาพน้ำคลองแสนแสบและคลองสาขาได้กลับมาดีขึ้น ที่ประชุมจึงมีมติเห็นชอบโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรีในระยะที่ 2 ระยะเวลาดำเนินการ 4 ปี (ปี 2566-2569) เพื่อป้องกันแก้ไขปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองต่างๆ ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ พื้นที่ 15.39 ตร.กม. ซึ่งจะช่วยบำบัดน้ำเสียได้ 42,000 ลบ.ม.ต่อวัน โดยจะเสนอต่อคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการขนาดใหญ่และโครงการสำคัญและคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ต่อไป

ด้านนายสุรสีห์ กล่าวว่า เมื่อโครงการบำบัดน้ำเสียมีนบุรี ทั้งระยะที่ 1 และระยะที่ 2 เสร็จสมบูรณ์ จะทำให้กรุงเทพฯ มีระบบรวบรวมน้ำเสียและระบบบำบัดน้ำเสียที่สามารถทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ก่อนระบายลงคลองแสนแสบ และน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วจะสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้ อีกทั้งช่วยทำให้คลองสายหลักที่สำคัญ คือคลองแสนแสบ และคลองสาขาในพื้นที่บริการน้ำเสีย มีคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น ลดปัญหาน้ำเน่าเสีย ช่วยลดความเสี่ยงต่อการป่วยเป็นโรคระบบทางเดินอาหาร โรคผิวหนัง และโรคระบาดทางน้ำอื่นๆ อีกด้วย
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า การดำเนินงานทุกกิจกรรมมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคอีกหลายจุดที่ต้องเร่งได้รับการแก้ไข เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ ตามแผนที่ได้วางไว้อย่างต่อเนื่อง จึงขอฝากให้ทุกหน่วยงานร่วมมือและร่วมใจดำเนินการอย่างจริงจัง รวมถึงเร่งประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้กับประชาชน เพื่อให้คลองแสนแสบแห่งนี้เป็นต้นแบบการพัฒนาของคลองอื่นๆ ต่อไป



