สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 7 ก.พ. ว่านายซาอีด คาทิบซาเดห์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอย่างแท้จริง และอิหร่านได้รับผลประโยชน์จากเรื่องนั้น ถือเป็นเงื่อนไขหลัก ของการเจรจาฟื้นฟูข้อตกลงนิวเคลียร์ ฉบับปี 2558 ที่รัฐบาลวอชิงตันถอนตัวออกไป เมื่อปี 2561 และกลับมาใช้มาตรการกดดันฝ่ายเดียวต่อรัฐบาลเตหะราน


หากสหรัฐกลับคืนสู่โต๊ะเจรจาที่กรุงเวียนนา เมืองหลวงของออสเตรีย พร้อมการตัดสินใจทางการเมือง และมี “วาระอย่างเฉพาะเจาะจง” ที่รวมถึงการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร จะช่วยให้การหารือขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว และบรรลุผลสัมฤทธิ์เร็วขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ รัฐบาลเตหะรานยืนยันว่า คณะผู้แทนเจรจานิวเคลียร์ของอิหร่านจะกลับเข้าร่วมการเจรจานิวเคลียร์ที่กรุงเวียนนา ซึ่งจะกลับมาหารืออีกครั้ง ในวันอังคารที่ 8 ก.พ.


ในอีกด้านหนึ่ง นายกรัฐมนตรีนาฟตาลี เบนเนตต์ กล่าวว่า “ภัยคุกคามร้ายแรงที่สุด” ของอิสราเอล แน่นอนว่าคือ อิหร่าน และรัฐบาลเทลอาวีฟ “จับตาอย่างใกล้ชิด” กับการเจรจารอบใหม่ที่กรุงเวียนนา ซึ่งจุดยืนของอิสราเอลในเรื่องนี้เป็นที่ชัดเจน นั่นคือ การบรรลุข้อตกลงภายใต้เงื่อนไขปัจจุบัน มีแต่จะยิ่งบ่อนทำลายศักยภาพของทุกฝ่าย ในการจัดการกับข้อตกลงนิวเคลียร์


นอกจากนี้ ผู้นำอิสราเอลยืนกรานว่า รัฐบาลเทลอาวีฟพร้อมใช้มาตรการทางทหาร “เพื่อป้องกันตนเอง” เนื่องจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งเป็นเพียงการประวิงเวลา ไม่ให้รัฐบาลเตหะรานมีอาวุธนิวเคลียร์เร็วขึ้นเท่านั้น.

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES